เลือกตั้งกทม.: “ชัชชาติ” จัด “ทริปไฟไหม้” หาเสียงโค้งสุดท้าย 24 ชม. กระตุ้นคนกรุงใช้สิทธิ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 กล่าวถึงกิจกรรมช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า จะมีการจัดกิจกรรม “ทริปไฟไหม้” เป็นการหาเสียง 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ไปจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันถัดไป วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการขอคะแนนเสียงให้ตัวเองเท่านั้น แต่เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนรับรู้ว่า วันที่ 28 มิ.ย.69 มีการเลือกตั้ง และออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มจากบริเวณสกายวอล์กช่องนนทรี ก่อนเดินทางต่อไปตามจุดต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ สลับกับการกลับเข้าสตูดิโอ เพื่อจัดรายการและไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบ โดยจะมีทั้งการเดินทางไปดูชีวิตคนกรุงเทพฯ ในช่วงกลางคืน การพบปะผู้ที่ทำงานกลางคืน การเยี่ยมหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างบรรยากาศให้คนติดตาม

นายชัชชาติ กล่าวว่า ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่คนจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้รับข่าวสารการเลือกตั้งมากนัก การลงพื้นที่ 24 ชั่วโมง จึงเป็นโอกาสในการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้

นายชัชชาติ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดในช่วงสุดท้าย คือ จำนวนผู้ไปใช้สิทธิอาจน้อยกว่าที่ควรเป็น เนื่องจากบรรยากาศการเลือกตั้งดูค่อนข้างเงียบเหงา จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากที่สุด เพราะการเลือกตั้งเป็นการแสดงพลังตามระบอบประชาธิปไตย และจะทำให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ได้รับฉันทามติจากประชาชน ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานในอนาคต

“เป็นห่วงอย่างเดียวคือเรื่องคนไปใช้สิทธิน้อย ช่วงนี้ต้องกระตุ้นให้คนทราบว่าวันที่ 28 มิถุนายนนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ขอให้พวกเราออกไปลงคะแนนกันให้เยอะๆ เพราะครั้งนี้ดูเหมือนจะดูเงียบๆ ไปหน่อย อยากจะกระตุ้นพวกเราให้ไปแสดงพลังตามระบอบประชาธิปไตย และทำให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ได้รับฉันทามติจากพี่น้องประชาชน เพราะมีอีกหลายเรื่องที่ผู้ว่าฯ ต้องไปขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ถ้าเรามีพลังของพี่น้องประชาชนหนุนหลัง ก็จะดำเนินการนโยบายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว

ให้คะแนนหาเสียงทีมงาน 8 เต็ม 10

นายชัชชาติ ประเมินภาพรวมการหาเสียงของทีมว่า เป็นการหาเสียงที่สร้างสรรค์ และให้คะแนนทีมงาน 8 เต็ม ซึ่งการหาเสียงครั้งนี้ ทีมงานยึดหลักสำคัญ 3 เรื่อง คือ “คิดใหม่” “ต้องสนุก” และ “ต้องสเกล”

  • “คิดใหม่” คือ การไม่ทำแบบเดิม เพราะหากคิดแบบเดิมก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม เช่น การไม่มีป้ายหาเสียงแบบเดิม ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณ ไม่เกะกะสิ่งแวดล้อม และเปิดพื้นที่ให้เกิดงานสร้างสรรค์จากศิลปินและทีมครีเอทีฟจำนวนมาก
  • “ต้องสนุก” เพราะเมื่อทีมงานทำงานอย่างสนุก จะเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ได้มากกว่าบรรยากาศที่เคร่งเครียด ทะเลาะ หรือโจมตีกัน ซึ่งทำให้คนไม่อยากฟังสิ่งใหม่
  • “ต้องสเกล” หมายถึงการทำให้น้อยแต่ได้ผลมาก โดยใช้พลังของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย เช่น ป้ายหรือคลิปเพียงชิ้นเดียว หากมีความสร้างสรรค์ ก็สามารถถูกขยายผลต่อจนมีคนดูหลักล้านวิวได้ โดยใช้งบประมาณไม่มาก

ในประเด็นงานที่ยังต้องทำต่อ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่า “ล้มเหลว” แต่เป็นเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ โดยเฉพาะการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมระบุว่า ดีใจที่การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้ประเด็นคอร์รัปชันถูกพูดถึงมากขึ้น

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงเศรษฐกิจว่า เมืองคือ “ตลาดแรงงาน” ดังนั้น กทม. ต้องทำให้เศรษฐกิจของเมืองขยายตัวทั้ง 2 ระบบ คือเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น บริษัทและองค์กรขนาดใหญ่ที่สร้างงานจำนวนมาก และเศรษฐกิจรายย่อย เช่น ร้านค้า แม่ค้า และธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งพากำลังซื้อจากคนทำงานในเมือง

นายชัชชาติ อธิบายว่า หากเศรษฐกิจใหญ่ขยายตัว ก็จะเกิดการจ้างงานมากขึ้น และคนทำงานเหล่านั้นจะมาสนับสนุนเศรษฐกิจรายย่อยต่อไป แต่หากไม่ทำให้เศรษฐกิจใหญ่โตขึ้น เศรษฐกิจระดับล่างก็จะต้องแย่งลูกค้ากลุ่มเดิมกันเอง

ไม่เสียกำลังใจถูกวิจารณ์ช่วงโค้งสุดท้าย

สำหรับกระแสโจมตีหรือการดิสเครดิตในช่วงโค้งสุดท้าย นายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่เสียกำลังใจ เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ทำงานมา 4 ปี ย่อมมีผลงานให้ถูกวิจารณ์ได้ ต่างจากผู้สมัครที่ยังไม่เคยทำงานในตำแหน่งนี้ อาจยังไม่มีจุดให้ถูกพูดถึงมากนัก แต่สิ่งสำคัญคือผู้สมัครทุกคนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนสื่อสารต่อประชาชน เพราะทุกคนได้รับโอกาสจากสื่อในการส่งข้อมูลออกไป จึงควรทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

“เราก็ยืนตรงๆ แล้วก็อธิบายไปตามเนื้อผ้า เพราะว่าเราก็เชื่อว่าที่เราทำมา เราก็ทำเต็มที่ แล้วก็ทำเพื่อประโยชน์ประชาชนสูงสุด” นายชัชชาติ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 มิ.ย. 69)