รายงาน World Drug Report ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (26 มิ.ย.) ระบุว่า ตลาดการค้ายาเสพติดผิดกฎหมายทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปริมาณการผลิตโคเคนและยอดการจับกุมเมทแอมเฟตามีนพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเตือนการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดใหม่ที่เข้ามาเสียบแทนที่เฮโรอีนซึ่งอยู่ในสภาวะขาดแคลนอย่างหนัก
รายงานดังกล่าวระบุว่า ในปี 2567 ปริมาณการผลิตโคเคนบริสุทธิ์พุ่งแตะ 4,100 เมตริกตัน เติบโตขึ้นถึง 4 เท่าในรอบทศวรรษ ขณะที่สถิติการจับกุมเมทแอมเฟตามีนสะท้อนให้เห็นว่า กำลังการผลิตในตลาดขยายตัวเฉลี่ย 13% ต่อปี
โมนิกา จูมา ผู้อำนวยการบริหาร UNODC ระบุว่า ตลาดมียาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ระบาดหนักในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และที่น่ากังวลคือบางชนิดมีฤทธิ์รุนแรงและอันตรายกว่าเดิม
ด้านการผลิตฝิ่นในอัฟกานิสถานซึ่งเป็นแหล่งส่งออกหลัก ดิ่งลงเหวในปี 2566 หลังกลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจและสั่งแบน และยังไม่ฟื้นตัวกลับมาอีกเลย ส่งผลให้ซัพพลายเฮโรอีนในตลาดลดฮวบและยอดการใช้งานลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ตลาดปรับตัวโดยหันไปหากลุ่มโอปิออยด์สังเคราะห์ (Synthetic Opioids) เช่น เฟนทานิล และไนทาซีน ที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่า เพื่อเข้ามาทดแทนช่องว่างของเฮโรอีน โดยเฉพาะในตลาดยุโรป
UNODC รายงานว่า ระบบเตือนภัยล่วงหน้าได้รับรายงานการพบโอปิออยด์สังเคราะห์ที่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (NPS) เพิ่มขึ้นทั้งในปี 2566 และ 2567 ในภูมิภาคส่วนใหญ่ โดยพบแพร่ระบาดหนักที่สุดในยุโรป โอเชียเนีย และแอฟริกา สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ของผู้ค้าที่เน้นความหลากหลายของสินค้า
ในอเมริกาเหนือซึ่งเฟนทานิลเข้ามาแทนที่เฮโรอีนเกือบสมบูรณ์แล้ว พบจำนวนชนิดของโอปิออยด์สังเคราะห์กลุ่ม NPS ที่ตรวจพบเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยุโรปพุ่งขึ้นกว่า 80% และโอเชียเนียทะยานสูงถึง 150%
สำหรับตลาดโคเคน ทั้งฝั่งซัพพลายและความต้องการยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายงานระบุด้วยว่ารูปแบบการเสพโคเคนได้เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ระดับความบริสุทธิ์ของยาสูงขึ้นและราคาขายกลับปรับตัวลดลง
ผลวิจัยเชิงคุณภาพปี 2567 ชี้ว่า การใช้โคเคนขยายวงกว้างจากกลุ่มสถานบันเทิงเข้าสู่กิจวัตรประจำวันมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังพบยอดการใช้ “แคร็กโคเคน” พุ่งสูงขึ้นในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการใช้เฮโรอีนมาเป็นแคร็กโคเคนแทน
นอกจากนี้ ข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดตอกย้ำว่า การใช้แคร็กโคเคนในยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 มิ.ย. 69)





