
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตัดสินใจที่จะไม่ต่ออายุข้อตกลงการค้าไตรภาคีกับแคนาดาและเม็กซิโก หรือที่เรียกว่า ความตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งครั้งหนึ่งปธน.ทรัมป์เคยกล่าวว่าเป็น “ข้อตกลงที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา”
มีการเปิดเผยรายงานดังกล่าวเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่ทั้งสามประเทศจะต้องตัดสินใจว่าจะต่ออายุข้อตกลงออกไปอีก 16 ปีหรือไม่
การตัดสินใจครั้งนี้หมายความว่า USMCA จะยังคงมีผลบังคับใช้อีก 10 ปี ตราบใดที่ไม่มีประเทศสมาชิกรายใดถอนตัวออกจากข้อตกลง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวยังเป็นการเปิดทางให้มีการทบทวนข้อตกลงเป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจนำไปสู่การเจรจาแก้ไขสาระสำคัญของข้อตกลงในหลายส่วน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ปธน.ทรัมป์ “เลือกที่จะไม่รับรองการต่ออายุ USMCA โดยอัตโนมัติ หากยังไม่ได้แก้ไขปัญหาที่มีอยู่”
“กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สหรัฐไม่ได้เห็นชอบให้มีการต่ออายุ USMCA ในรูปแบบปัจจุบัน ดังนั้น USMCA จึงไม่ได้รับการต่ออายุ” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ และเสริมว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือการที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับทั้งแคนาดาและเม็กซิโก
เจ้าหน้าที่รายเดียวกันกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันพุธ ปธน.ทรัมป์ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโกไปแล้ว ผ่านทางมาตรการภาษีศุลกากรของเขา
ด้านนายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่ระหว่างการแถลงข่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “จะเดินหน้าหารือกับเม็กซิโกและแคนาดาต่อไป เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของข้อตกลง”
USMCA ได้รับการเจรจาในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของปธน.ทรัมป์ เพื่อนำมาแทนความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งมีอายุ 26 ปี และเป็นข้อตกลงที่ปธน.ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าเป็นข้อตกลงที่ทำให้สหรัฐเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เมื่อ USMCA มีผลบังคับใช้ในเดือนก.ค.2563 ปธน.ทรัมป์เคยยกย่องว่าเป็น “ข้อตกลงการค้าที่มีความเป็นธรรม สมดุล และเป็นประโยชน์มากที่สุด เท่าที่เราเคยลงนามให้มีผลบังคับใช้”
อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมา ความกระตือรือร้นของปธน.ทรัมป์ที่มีต่อ USMCA ได้ลดลง สอดคล้องกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง
“ผมยังไม่แน่ใจว่าจะต่ออายุหรือไม่” ปธน.ทรัมป์กล่าวถึง USMCA เมื่อเดือนมิ.ย. “เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่แคนาดามี และเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่เม็กซิโกมี แต่ทั้งสองประเทศต้องพึ่งพาทุกอย่างที่เรามี และพวกเขาต้องปฏิบัติต่อเราให้ดีกว่านี้”
ปธน.ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าสหรัฐเผชิญภาวะขาดดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า และเพื่อแก้ไขสิ่งที่เขามองว่าเป็นความไม่เป็นธรรม รวมทั้งกดดันให้ประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงนโยบาย เขาจึงกำหนดมาตรการภาษีศุลกากรต่อประเทศทั่วโลกในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง
อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าวของปธน.ทรัมป์จะต้องเผชิญอุปสรรคจากคำตัดสินของศาลในหลายคดี
สหรัฐและเม็กซิโกได้เริ่มการเจรจาทวิภาคีหลายรอบแล้ว และมีกำหนดดำเนินการต่อไปหลังพ้นเส้นตายวันที่ 1 ก.ค. ขณะที่สหรัฐและแคนาดายังไม่ได้เริ่มการเจรจา
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





