ยูเครนถล่มโรงกลั่นใหญ่สุดรัสเซีย/”เซเลนสกี” ลั่น! ไซบีเรียก็แค่เอื้อม

กองทัพยูเครนประกาศว่า ยูเครนได้ใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซียในเมืองออมสค์ ทางตะวันตกของภูมิภาคไซบีเรีย ซึ่งถือเป็นการโจมตีของยูเครนที่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากที่สุด นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนในเดือนก.พ.2565

กองทัพยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่โรงกลั่น ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากดินแดนยูเครนเกือบ 2,500 กิโลเมตร และอยู่ใกล้ชายแดนรัสเซียกับคาซัคสถาน

ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันออมสค์เป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดในบรรดาโรงกลั่นน้ำมันเบนซิน 11 แห่งของรัสเซียที่ถูกกองกำลังยูเครนโจมตี

การโจมตีครั้งนี้ ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัสเซีย ถือเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาขีดความสามารถของโดรนโจมตีระยะไกลของยูเครน และเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยผู้นำจาก 32 ประเทศมีกำหนดเดินทางเข้าร่วมการประชุมเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในแถลงการณ์ว่า

“วันนี้ มาตรการคว่ำบาตรระยะไกลของเราได้ไปถึงโรงกลั่นน้ำมันในเมืองออมสค์ ซึ่งอยู่ห่างจากยูเครนเกือบ 2,500 กิโลเมตร”

“โดรนไฟร์ พอยต์ (Fire Point) รุ่นที่ได้รับการพัฒนา ทำให้ไซบีเรียอยู่แค่เอื้อมในการโจมตีที่แม่นยำของยูเครน นี่เป็นการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจน้ำมันของรัสเซีย และเป็นความสำเร็จที่สำคัญของกองทัพยูเครน”

นอกจากนี้ ปธน.เซเลนสกียังกล่าวว่า กองทัพยูเครนสามารถโจมตีโรงงานน้ำมันของรัสเซียในแคว้นยาโรสลาฟล์ รวมทั้งพื้นที่อื่น ๆ ของรัสเซีย

บริษัท ไฟร์ พอยต์ (Fire Point) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเคียฟ เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศชั้นนำของยูเครน ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาโดรนและระบบขีปนาวุธสำหรับการรบสมัยใหม่ที่เน้นความแม่นยำ

โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบมากกว่า 21 ล้านตันต่อปี และเชี่ยวชาญในการผลิตเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีหลากหลายประเภท

นายวิตาลี โคตเซนโก ผู้ว่าการแคว้นออมสค์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังปฏิบัติงานในพื้นที่หลังจากยูเครนโจมตีโรงกลั่นดังกล่าว แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ยูเครนได้เพิ่มความถี่ในการโจมตีโรงงานน้ำมันของรัสเซียในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดทอนแหล่งรายได้สำหรับการทำสงครามของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ขณะที่สงครามซึ่งดำเนินมานานกว่า 4 ปี ยังคงยืดเยื้อต่อไป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับปธน.ปูติน  และปธน.เซเลนสกี ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นการสนทนาแยกกัน และกล่าวว่า การยุติความขัดแย้งในครั้งนี้ “ใกล้กว่าที่หลายคนคิดไว้”

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์มีกำหนดหารือกับปธน.เซเลนสกี นอกรอบการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการาในสัปดาห์นี้

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ