คลัง จ่อชงครม. 14 ก.ค. “เกณฑ์ใหม่บัตรคนจน” เลิกเงื่อนไขตัดสิทธิใช้พ่อ-แม่ลดหย่อนภาษี, หนี้เกษตรกร

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า (14 ก.ค.) กระทรวงการคลังจะเสนอการพิจารณาทบทวนปรับหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น รวมถึงเพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนจริง สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างตรงจุด

สำหรับหลักเกณฑ์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเสนอ ให้ ครม. ทบทวน ประกอบด้วย

1. ไม่นำหลักเกณฑ์เรื่องบิดา มารดาที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ มาใช้ในการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เกณฑ์ลดหย่อนในส่วนของคู่สมรส และบุตร จะยังคงใช้พิจารณาตามเดิม

2. ไม่นำหนี้สินของภาคเกษตร มาคำนวณรวมในเกณฑ์หนี้สินรวม เนื่องจากมองว่า หนี้สินของภาคเกษตรเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งหลายครั้งเกิดจากภัยพิบัติ จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากมีการนำหนี้สินภาคเกษตรเข้ามาใช้ในการคัดกรองร่วมกับเกณฑ์เรื่องหนี้สิน อาจจะส่งผลทำให้เกษตรกรที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว และสมควรได้รับความช่วยเหลือ อาจหลุดออกจากระบบได้ ซึ่งการทบทวนปรับหลักเกณฑ์ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามแนวทางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอมา โดยมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อให้การพิจารณาคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริงของประชาชนมากที่สุด

“การทบทวนเกณฑ์ด้านการหัดลดหย่อนนั้น จะเสนอ ครม. ทบทวนว่าไม่นำกรณีที่บุตรใช้สิทธิอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา มาหักลดหย่อนภาษีมาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าผู้สูงอายุบางราย อาจได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขดังกล่าว แม้จะเป็นผู้มีรายได้น้อย และยังมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เพราะการที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ไม่ได้สะท้อนว่าผู้สูงอายุมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น หรือได้รับการดูแลด้านรายได้อย่างแท้จริง” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ประชุม ครม. พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 14 ก.ค.แล้ว กระทรวงการคลัง จะนำหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติไปดำเนินการคัดกรองตามรายชื่อที่ได้ลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 19.15 ล้านราย และเตรียมประกาศผลผู้ได้รับสิทธิตามกำหนดการในวันที่ 17 ก.ค. 2569 ต่อไป

ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ก็จะมีการแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยเงื่อนไขใด เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อขอทบทวนสิทธิต่อไป ซึ่งจะมีการกำหนดเวลาในการยื่นอุทธรณ์อย่างชัดเจน

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น รัฐบาลได้เตรียมมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากมองว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวยังเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจด้วย

“กลุ่มที่อาจจะไม่ผ่านเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เมื่อระบบพร้อมใช้งาน ประชาชนสามารถยืนยันตัวตน เพื่อขอรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้เลย แต่มาตรการดังกล่าว ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการพิจารณาหลักเกณฑ์ รายละเอียดโครงการ และการจัดสรรงบประมาณ หลังจากได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอน ส่วนเรื่องงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ จะร่วมกันบริหารจัดการให้เหมาะสม” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์