แบงก์ชาติออสซี่เสียงแตก ห่วงเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจ ก่อนมีมติคงดอกเบี้ย 4.35%

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยรายงานการประชุมรอบเดือนส.ค. ในวันนี้ (25 ส.ค.) บ่งชี้ให้เห็นการถกเถียงของคณะกรรมการทั้ง 9 คนที่เสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝั่งหนึ่งมองว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้อที่อาจดีดกลับมาจากปัญหาสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบโลก ขณะที่อีกฝั่งมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash Rate) ในปัจจุบันที่ระดับ 4.35% ตึงตัวเพียงพอที่จะกดเงินเฟ้อลงมาได้แล้ว และยังมีเวลาเพียงพอที่จะรอดูพัฒนาการทางเศรษฐกิจ ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.35% เพื่อรอดูตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ในการประชุมครั้งนี้ มีการหยิบยกประเด็นความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ของปีมาถกกัน โดยแบ่งมุมมองออกเป็น 2 ด้าน:

  • ฝ่ายหนุนขึ้นดอกเบี้ย (กังวลความเสี่ยงเงินเฟ้อดีดกลับ): มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจะปรากฏชัดขึ้น จึงเห็นควรพิจารณาชิงขึ้นดอกเบี้ยล่วงหน้าเพื่อจำกัดความเสี่ยง โดยเชื่อว่าผลกระทบข้างเคียงต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานในรอบนี้จะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตในอดีต
  • ฝ่ายเบรกการขึ้นดอกเบี้ย (กังวลเศรษฐกิจชะลอตัว): มองว่านโยบายการเงินที่ระดับ 4.35% กำลังทำงานได้ดี เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัว อัตราการว่างงานเริ่มขยับขึ้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัว จึงควรรอดูสถานการณ์และไม่ควรรีบร้อน


คณะกรรมการ RBA ได้ระบุถึงความเสี่ยงสำคัญที่อาจผลักดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ได้แก่ กระแสการแห่ลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ปัญหาผลิตภาพแรงงานที่ตกต่ำ ตลอดจนความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไร้วี่แววคลี่คลายและเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ประกอบกับสหรัฐฯ เพิ่งประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] กระโดดขึ้นแตะระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุด 70.14 ดอลลาร์ในเดือนก.ค.

ที่ประชุม RBA มีมติร่วมกันว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอน การรอข้อมูลใหม่จะช่วยสร้างความชัดเจนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อได้ดีขึ้น โดยในการประชุมรอบถัดไป คณะกรรมการจะติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานประจำเดือน ข้อมูลบัญชีประชาชาติ (GDP) ประจำไตรมาส 2 (สิ้นสุดเดือน มิ.ย.) ตลอดจนทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยและความคืบหน้าของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ RBA ย้ำว่า ข้อมูลใหม่จะต้องสะท้อนความคืบหน้าในการนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2%-3% ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม

ด้านตลาดการเงินประเมินว่า ในการประชุมรอบถัดไป (28-29 ก.ย.) มีโอกาสเพียง 13% เท่านั้นที่ RBA จะปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.60% แต่ตลาดได้สะท้อนโอกาสสูงถึง 67% ว่า RBA อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนก.พ. ปีหน้า

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช