“เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส”ผนึก Token X ศึกษาออก Green Token ปลดล็อกมูลค่าคาร์บอนเครดิต-ทุนธรรมชาติภาคเกษตร

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ภายใต้ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ (CPCRT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและแนวคิด Green Tokenization กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยแต่งตั้ง บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ศึกษาการเชื่อมโยงคุณค่าจาก “ทุนธรรมชาติ” (Natural Capital) เข้ากับระบบการเงินและแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Capital) สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการประเมินศักยภาพของแหล่งธรรมชาติและภาคเกษตรกรรมจากหลากหลายแหล่งที่มา เช่น พื้นที่สวนยางพารา โครงการป่าไม้ และโครงการนาข้าวที่มีการบริหารจัดการน้ำแบบนาเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) ภายใต้การดำเนินงานของ CPP และบริษัทอื่นในเครือ โดยมุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย ซึ่งพัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการประเมินคุณค่าของระบบนิเวศและทุนธรรมชาติในองค์รวม ทั้งในด้านการกักเก็บคาร์บอน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจต่อยอดสู่แนวทาง Biodiversity Credits เพื่อสะท้อนคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมในมิติที่กว้างขึ้น พร้อมศึกษาการนำคุณค่าจากโครงการเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชนภายใต้แนวคิด “Green Tokenization” เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างมูลค่าและแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจคาร์บอนเครดิต ของ CPP กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้คือการร่วมกันศึกษาว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินจะช่วยปลดล็อกคุณค่าของทุนธรรมชาติได้อย่างไร ตั้งแต่การลดและกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการดูแลความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเปลี่ยนคุณค่าจากระบบนิเวศให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกร ชุมชน และเศรษฐกิจในระยะยาว

ปัจจุบัน CPP ดำเนินโครงการที่มีศักยภาพสำหรับการต่อยอดแนวคิด Green Tokenization อยู่จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ประกอบด้วยพื้นที่สวนยาง 500,000 ไร่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ครอบคลุมจำนวนเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 60,000 ครัวเรือน โดยภายใต้ขอบเขต Green Tokenization

“ในครั้งนี้ เรามีแนวคิดที่จะแปลงสินทรัพย์จากโครงการสีเขียวมาอยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล เช่นเดียวกับการสร้างกลไกที่เชื่อมโยงโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูล ผลลัพธ์ และแหล่งเงินทุนเข้าด้วยกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อสนับสนุนความโปร่งใสและโอกาสในการขยายตลาด ซึ่งคาร์บอนเครดิตจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสะท้อนผลลัพธ์ด้านการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก พร้อมกันนี้ เราจะดำเนินการพิจารณาคุณค่าด้านระบบนิเวศอื่น ๆ อาทิ การฟื้นฟูป่า การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัย และความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่ไปด้วย ซึ่ง Biodiversity Credits อาจเป็นอีกแนวทางที่สามารถนำมาศึกษาต่อยอด เพื่อสะท้อนคุณค่าของทุนธรรมชาติในมิติที่กว้างขึ้น”

ด้านนางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Token X กล่าวว่า การศึกษาเรื่อง Green Tokenization ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ประเภทคาร์บอนเครดิต แต่เป็นการศึกษาว่าเทคโนโลยีจะช่วยเชื่อมโยงโครงการด้านสิ่งแวดล้อม คุณค่าจากทุนธรรมชาติ และแหล่งเงินทุนเข้าด้วยกันได้อย่างไร โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการ ข้อมูล รูปแบบการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย Token X ในฐานะ ICO Portal จะเข้ามามีบทบาทในการศึกษาความเหมาะสมของโครงสร้างการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล ตลอดจนกระบวนการที่เกี่ยวข้องภายใต้กรอบกำกับดูแล เพื่อวางรากฐานการพัฒนา Green Tokenization สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

โดยนายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Token X กล่าวเสริมถึงความร่วมมือดังกล่าวว่า “ปัจจุบันขั้นตอนอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อวางแนวทางให้ครอบคลุมทั้งด้านหลักเกณฑ์ โครงสร้างที่เหมาะสมในการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล ความเหมาะสมของสินทรัพย์หรือคุณค่าที่นำมาอ้างอิง กลไกการจัดสรรผลประโยชน์ ตลอดจนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมบล็อกเชนเพื่อผสานผลลัพธ์ที่ได้เข้ากับแนวคิดของ Real-World Asset (RWA) Tokenization ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งองค์รวมของอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลจะพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไปตามความเหมาะสม”

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวในการผสาน องค์ความรู้ด้านการเกษตร การจัดการคาร์บอน เทคโนโลยีบล็อกเชน และนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อศึกษารูปแบบการสร้างมูลค่าจากทุนธรรมชาติและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมต่อยอดแนวคิด Green Tokenization เพื่อเชื่อมโยงโครงการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับแหล่งเงินทุนสีเขียว สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และวางรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์และต่อประเทศไทยในระยะยาว