ญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนคุ้มครอง “ชาญี่ปุ่น” หวังปราบสินค้าลอกเลียนแบบในต่างประเทศ

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (10 ก.ค.) ว่า ทางกระทรวงฯ ได้ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการ รวมถึง “ชาญี่ปุ่น” (Japanese Tea) ภายใต้ระบบคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองแบรนด์สินค้าเกษตรและประมงของญี่ปุ่น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของสินค้าลอกเลียนแบบในต่างประเทศ

เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถจำหน่ายโดยติดเครื่องหมาย GI ได้ และรัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามการแอบอ้าง การติดฉลากอันเป็นเท็จ และการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายอื่น ๆ

การขึ้นทะเบียน “ชาญี่ปุ่น” ครั้งนี้ ครอบคลุมชาเขียวทุกชนิดที่ปลูกและแปรรูปภายในประเทศญี่ปุ่น โดยถือเป็นกรณีที่ไม่ค่อยพบในระบบ GI เนื่องจากโดยปกติแล้ว การคุ้มครอง GI มักใช้กับชื่อสินค้าที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตหรือภูมิภาคที่เฉพาะเจาะจง แต่กรณีนี้ไม่ได้ระบุพื้นที่ผลิตแห่งใดแห่งหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ มีเพียง “สาเกญี่ปุ่น” (Japanese Sake) เท่านั้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในลักษณะเดียวกัน โดยอยู่ภายใต้ระบบคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานภาษีแห่งชาติญี่ปุ่น

กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า เนื่องจากชาเขียวกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเน้นย้ำความแตกต่างระหว่างชาญี่ปุ่นกับสินค้าลอกเลียนแบบที่ผลิตในต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณค่าและภาพลักษณ์ของชาญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว สมาคมชาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Tea Central Public Interest Incorporated Association) เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนชาญี่ปุ่นภายใต้ระบบคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสินค้าลอกเลียนแบบที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ โดยมีการนำชื่อแบรนด์ “ชาญี่ปุ่น” ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

โนริคาซุ ซูซูกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ แถลงข่าวในวันนี้ว่า เขาคาดหวังว่าการขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมอิทธิพลของแบรนด์ชาญี่ปุ่นในภาพรวม เสริมสร้างมาตรการต่อต้านสินค้าลอกเลียนแบบ และผลักดันการส่งออกให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นอกจากชาญี่ปุ่นแล้ว ผลิตภัณฑ์อีก 2 รายการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนพร้อมกันในครั้งนี้คือ “ปลาไหลญี่ปุ่นทะเลสาบฮามานาโกะ” (Lake Hamanako Japanese eel) จากจังหวัดชิซุโอกะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น และ “รากบัวคางะ” (Kaga Lotus Root) จากจังหวัดอิชิคาวะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่นเช่นกัน

ระบบคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สำหรับสินค้าเกษตรและประมง เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2558 และเมื่อรวมกับการขึ้นทะเบียนครั้งล่าสุดนี้ จำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 170 รายการ

ทั้งนี้ ระบบคุ้มครองในลักษณะเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้แล้วในกว่า 100 ประเทศ โดยญี่ปุ่นมีข้อตกลงคุ้มครองซึ่งกันและกันกับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนได้รับการคุ้มครองในประเทศพันธมิตร นับเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าญี่ปุ่นในตลาดต่างประเทศ

โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช

ข่าวล่าสุด