ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าวันนี้ร่วงหนักตามคาดรับแรงกดดันหลักจากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง หลังจากสหรัฐและอิหร่านต่างฝ่ายต่างประกาศชิงสิทธิควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะสหรัฐเตรียมเก็บค่าคุ้มครองเริ่มตั้งแต่คืนวันนี้ ทำให้มีแรงขายหุ้นใหญ่ออกมา โดยเฉพาะ DELTA แต่สวนทางกับกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีที่วิ่งขึ้นรับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว
เมื่อเวลา 10.08 น.ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,607.75 จุด ลดลง 20.15 จุด (-1.24%)

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] ร่วงลงสอดคล้องตลาดต่างประเทศ จากแรงดดันสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอีกครั้ง นอกเหนือจากการโจมตีกันล่าสุดแล้ว สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน รวมถึงเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เรือไม่สามารถออกมาได้จากก่อนหน้านี้ที่มีเรือเดินทางผ่านช่องแคบได้ราว 30-40 ลำต่อวัน
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เมื่อคืนนี้พุ่งขึ้นแรงถึง 9% ผลักดันความกังวลเงินเฟ้อสูงขึ้น ส่งผลให้ Dollar Index แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) ดีดตัวกลับขึ้นมาอีก เป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง
เช้านี้มีเพียงกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่หุ้นใหญ่ปรับตัวลงกระจายเกือบทุกกลุ่ม โดยประเมินว่าระยะสั้นบรรยากาศการลงทุนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วงที่ผ่านหุ้นโลกมี Valuation อยู่ระดับสูงจึงมีจังหวะปรับฐานลงมา
ให้กรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด
โดย วรินทร ศิรินอก





