
การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในเดือนมิ.ย. ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี เนื่องจากผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศที่ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลศุลกากรจีนที่เปิดเผยในวันนี้ (14 ก.ค.) ระบุว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบ 29.27 ล้านตันในเดือนมิ.ย. ลดลง 41% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 ขณะเดียวกันยังลดลง 12% จากเดือนพ.ค. ซึ่งทำสถิติต่ำสุดในรอบ 8 ปี
รายงานระบุว่า แนวโน้มการนำเข้าน้ำมันยังเผชิญความไม่แน่นอน หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาสั่นคลอน กระทบความหวังว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัว โดยจีนพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาว่า การนำเข้าน้ำมันดิบของจีนอาจผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลปักกิ่งจะกลับมาเร่งซื้อน้ำมันเพื่อเติมคลังสำรอง
ส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติของจีนในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 3.7% แตะ 10.93 ล้านตัน สูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการนำเข้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้น หลังการผลิตในประเทศลดลงและปริมาณก๊าซในคลังสำรองอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ แม้สงครามกับอิหร่านจะกระทบการขนส่งก๊าซ LNG จากภูมิภาคที่ปกติครองสัดส่วนราวหนึ่งในสามของการนำเข้า LNG ของจีน แต่ปริมาณที่ลดลงส่วนใหญ่ถูกทดแทนด้วยการนำเข้าจากแหล่งอื่น
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





