“ศุภจี” สั่งรับมือค่าครองชีพผันผวน หลังวิกฤตตอ.กลางปะทุอีกรอบ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึง สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ว่า เป็นปัจจัยภายนอกที่น่ากังวล เนื่องจากมีสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้เห็นว่า มีความไม่แน่นอนสูงและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพในประเทศ 

นางศุภจี ระบุว่า ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ต่างประเทศส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง แม้จะมีบางช่วงที่ราคาปรับลดลง แต่ราคาอาหารปรุงสำเร็จหรือ ข้าวแกงในประเทศมักปรับตัวสูงขึ้นแล้วไม่ยอมลดลงตาม เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนข้าวแกงประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งค่าเช่าที่ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งภารกิจหลักของกระทรวงคือ ดูแลราคาวัตถุดิบและสินค้าจำเป็นไม่ให้ปรับขึ้นเกินสมควรตามโครงสร้างต้นทุนจริง

ทั้งนี้ นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.69 เพื่อดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบสำคัญ โดยระหว่างนี้ได้ให้กรมการค้าภายในประสานวัตถุดิบราคาประหยัดเข้าสู่ร้านอาหาร ตลาดสด และเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนที่กระทรวงสามารถดำเนินการได้ทันที

*ปัดยกเลิกโครงการข้าวแกงไทยช่วยไทย แต่ขอชะลอเพื่อทบทวนผลกระทบรอบด้าน

นางศุภจี ยืนยันว่า ไม่ได้ยกเลิกโครงการข้าวแกงไทยช่วยไทย แต่ขอชะลอเพื่อทบทวนรูปแบบ ราคา และผลกระทบให้รอบด้านก่อน และแนวคิดโครงการนี้เกิดจากความตั้งใจดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องพึ่งอาหารจานเดียวในชีวิตประจำวัน

สำหรับแนวคิดข้าวแกงไทยช่วยไทย เดิมพิจารณาจากฐานร้านค้าในระบบถุงเงินของธนาคารกรุงไทยกว่า 2 แสนร้าน หากร้านใดสมัครใจเข้าร่วม รัฐอาจสนับสนุนเงินช่วยเหลือ เช่น 3,000–5,000 บาท เพื่อจัดทำเมนูทางเลือกในราคาประมาณ 40 บาท โดยไม่ใช่การบังคับร้านค้าทั่วประเทศให้ขายราคาเดียวกัน

ทั้งนี้ นางศุภจี กล่าวว่า ราคา 40 บาทมาจากการสำรวจราคาข้าวราดแกงทั่วไปที่อยู่ราว 50–60 บาท จึงมองว่า อาจเป็นทางเลือกช่วยคนรายได้น้อยได้จริง แต่เมื่อมีความเห็นหลากหลาย จึงต้องขอทบทวน เพื่อไม่ให้มาตรการไปบิดเบือนกลไกตลาด หรือทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับสิทธิ์เสียเปรียบ

นอกจากนี้ นางศุภจี ย้ำว่า การชะลอโครงการไม่ใช่การถอยหรือเลิกคิดช่วยประชาชน แต่เป็นการดูจังหวะและรูปแบบที่เหมาะสม หากในอนาคตต้นทุนพลังงานหรือค่าครองชีพกลับมากดดันหนัก โครงการลักษณะนี้อาจเป็นเครื่องมือช่วยคนตัวเล็กได้

“หลายมาตรการอาจไม่ถูกใจคนทุกกลุ่ม แต่สำหรับคนในไซต์งานก่อสร้าง คนอยู่ไกลตลาดใหญ่ หรือคนหาเช้ากินค่ำ ส่วนต่างไม่กี่บาทต่อมื้อคือเรื่องสำคัญ รัฐบาลยังต้องมองเห็นคนกลุ่มนี้และทำงานต่อไปเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงเขาให้ได้”นางศุภจี กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด