
กระทรวงแรงงานเดินหน้าแก้ปัญหา “คนมีวุฒิแต่ไม่มีงาน” หลังพบตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศกว่า 3.1 แสนอัตรา แต่บัณฑิตปริญญาตรีกว่า 2.5 หมื่นคนยังหางานไม่ได้ เร่งจับมือ 35 บริษัทชั้นนำ พัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด พร้อมยกระดับแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ”
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการจ้างงานของบัณฑิตจบใหม่และการพัฒนากำลังแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ หลังข้อมูลจากแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ของกระทรวงแรงงาน พบว่า ปัจจุบันมีตำแหน่งงานว่างสะสมกว่า 311,983 อัตรา แต่ยังมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีกว่า 25,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน สะท้อนปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด (Skill Mismatch)
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานภาวะสังคมไทยของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ระบุว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนเป็นผู้มีการศึกษาระดับอุดมศึกษา และผู้ว่างงานระยะยาวจำนวนมากเป็นคนอายุ 20-29 ปี ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ เป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข
“กระทรวงแรงงานจึงเร่งบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการชั้นนำ 35 บริษัท เพื่อขับเคลื่อนแนวทาง ‘รัฐ-เอกชนร่วมสร้างแรงงานทักษะสูง’ โดยใช้ความต้องการของสถานประกอบการเป็นตัวตั้งในการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskilling และ Reskilling) เพื่อให้ผู้หางาน โดยเฉพาะบัณฑิตจบใหม่ มีโอกาสได้งานที่ตรงกับศักยภาพและสามารถเติบโตในสายอาชีพได้” ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
นอกจากการพัฒนาทักษะแรงงานแล้ว กระทรวงแรงงานยังเดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลตำแหน่งงานและความต้องการทักษะของภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับคู่งาน ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และช่วยให้การออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมของภาครัฐตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการจ้างงานในอนาคต
“รัฐบาลเชื่อว่าการแก้ปัญหาการว่างงานต้องเริ่มจากการทำให้คนกับงาน ‘ตรงกัน’ ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนตำแหน่งงาน แต่ต้องยกระดับทักษะแรงงานไทยให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่และการลงทุนที่มีมูลค่าสูง เพื่อสร้างงานที่มั่นคง รายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
โดย รัชดา คงขุนเทียน





