
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ว่า รัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งนับเป็นหนึ่งในฤดูไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
คาร์นีย์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอยังคงเผชิญสถานการณ์น่าวิตก โดยมีชุมชนมากกว่า 10 แห่งต้องอพยพประชาชน หลังไฟป่าลุกลามอย่างต่อเนื่อง
คาร์นีย์กล่าวว่า ขณะนี้แคนาดาได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 5,300 นาย และอากาศยานเกือบ 300 ลำ เข้าปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศ พร้อมใช้ข้อมูลด้านไฟป่า โดรน เทคโนโลยีตรวจจับความร้อน และระบบติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟป่า
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ไฟป่าทวีความรุนแรงจากคลื่นความร้อนและภาวะแห้งแล้ง โดยศูนย์ประสานงานไฟป่าแห่งชาติของแคนาดา (CIFFC) ได้ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือเป็น ระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระดมทรัพยากรจากหลายพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดับไฟป่า
คาร์นีย์เสริมว่า ขณะนี้แคนาดาได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 5,300 นาย และอากาศยานเกือบ 300 ลำ เข้าปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศ พร้อมนำข้อมูล โดรน เทคโนโลยีตรวจจับความร้อน และระบบติดตามไฟป่าแบบเรียลไทม์ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่แคนาดาเผชิญวิกฤตไฟป่ารุนแรงขึ้นจากคลื่นความร้อนและภาวะแห้งแล้ง โดยศูนย์ประสานงานไฟป่าแห่งชาติของแคนาดา (CIFFC) ได้ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือเป็น ระดับ 4 ซึ่งหมายถึงการระดมทรัพยากรจากหลายพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดับไฟป่า
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี แคนาดาเกิดไฟป่าแล้ว 3,839 จุด พื้นที่ป่าเสียหายสะสมมากกว่า 2.9 ล้านเฮกตาร์
ทั้งน้ี เมื่อนับจนถึงวันเสาร์ ยังมีไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ 971 จุด โดยในจำนวนนี้ 239 จุดยังไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐออนแทรีโอกลายเป็นจุดวิกฤต หลังมีไฟป่าประมาณ 190 จุดลุกลามในพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ ส่งผลให้ชุมชนชนพื้นเมืองหลายแห่งต้องอพยพ และกลุ่มควันไฟยังพัดปกคลุมหลายเมืองของสหรัฐฯ จนต้องประกาศเตือนคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง





