อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เตือน AI ดาบสองคมในการบริหารความเสี่ยงองค์กร


อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) เผยผลการสำรวจเชิงลึกกลางปี Risk Outlook 2026 Pulse Check ชี้ให้เห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำคัญในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรท่ามกลางการแพร่ระบาดของข้อมูลเท็จ

ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 60% ยกให้ศักยภาพสูงสุดของ AI คือการช่วยตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจถึง 42% ระบุว่าองค์กรเคยได้รับผลกระทบหรือยังขาดความสามารถในการประเมินผลกระทบจากข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน หรือเนื้อหาที่สร้างจาก AI ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ สุขภาพ และความปลอดภัย รวมไปถึงเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงและการแอบอ้างตัวตน

ซีเว็ต โคเนสกา ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยระดับโลก เตือนว่าการพึ่งพา AI มากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจของมนุษย์ควบคู่กัน

“AI มีศักยภาพจริง แต่ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการประเมินความพร้อมและความสามารถของเครื่องมือในปัจจุบันไว้สูงเกินไป ก็เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน แม้ว่า AI สามารถช่วยค้นหา สังเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่การตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องยังคงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและมีความเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องอาศัยดุลยพินิจที่รอบคอบของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงของบุคคล การพึ่งพา AI มากเกินไปในจุดนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้การตัดสินใจที่สำคัญล่าช้า แทนที่จะช่วยยกระดับกระบวนการตัดสินใจให้ดีขึ้น ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือ การนำ AI มาผสานเข้ากับการบริหารความเสี่ยงภายใต้การกำกับดูแลและการตัดสินใจโดยมนุษย์”

ด้าน ไอรีน ไล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ระดับโลก ชี้ว่าการใช้ AI สร้างคลิปปลอม (Deepfake) เผยแพร่ข้อมูลเท็จด้านสาธารณสุข อาจเปรียบเสมือนสงครามชีวภาพรูปแบบใหม่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

“การใช้ AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) ของบุคลากรทางการแพทย์ตัวจริง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการระบาดของโรคตามธรรมชาติ อาจถือเป็นสงครามชีวภาพรูปแบบใหม่ ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีการนำเชื้อชีวภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง”

นอกจากประเด็น AI รายงานยังเผยถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างในการรับมือความเสี่ยงขององค์กร โดยพบว่า มีเพียง 10% ขององค์กรที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงใหม่ได้ “รวดเร็วมาก” ขณะที่ 68% ตอบสนองได้ “ค่อนข้างรวดเร็ว” และ 20% ยอมรับว่า “ไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที”

ผลการวิจัยยังเผยให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนในโครงสร้างการกำกับดูแลความเสี่ยงขององค์กร ดังนี้

• 17% ระบุว่า ยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อเมื่อความเสี่ยงใหม่เกิดขึ้น

• 25% ระบุว่า ยังขาดความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขในการส่งต่อปัญหาไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจเมื่อไม่สามารถรับมือได้เอง

• มีเพียงประมาณ 20% ที่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าการตอบสนองต่อความเสี่ยงในระดับโลกและระดับท้องถิ่นมีความสอดคล้องกันอย่างไร

ช่องว่างเหล่านี้สร้างความเสี่ยงให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้พนักงานเผชิญภาวะหมดไฟ (Burnout) ขณะที่ เจมส์ วู้ด ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงประจำภูมิภาคยุโรปเหนือ ย้ำว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การตระหนักถึงความเสี่ยง แต่อยู่ที่ขั้นตอนการตัดสินใจที่ล่าช้าเนื่องจากโครงสร้างองค์กรไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความผันผวน

โดย ณัฐชญา แตงตาด