
มาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ (MAHLE Lifecycle and Mobility) ประกาศยกระดับอู่ซ่อมรถยนต์อิสระแบบดั้งเดิมก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ประจำอู่ ระบบตรวจวิเคราะห์ ความรู้ทางเทคนิค และบริการสนับสนุนเข้าไว้ด้วยกัน
หัวใจสำคัญของระบบดังกล่าว คือ MAHLE Workshop Portal ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบนระบบคลาวด์ที่รวบรวมข้อมูลทางเทคนิค หลักสูตรฝึกอบรม แนวทางการซ่อม และบริการสนับสนุนสำหรับผู้ปฏิบัติงานในอู่ซ่อมรถไว้ในจุดเดียว โดยมาห์เลเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นครั้งแรกของโลกในงาน Automechanika Frankfurt ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–12 กันยายน 2569 ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ฟิลิปป์ กรอสเซ ไคลมันน์ (Philipp Grosse Kleimann) สมาชิกคณะกรรมการบริหารของมาห์เล และหัวหน้าหน่วยธุรกิจมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ กล่าวในงาน MAHLE Media Tech Day ว่า อู่ซ่อมรถแห่งนี้กำลังก้าวข้ามจากร้านซ่อมรถธรรมดา ไปสู่การเป็นศูนย์บริการสำหรับยานยนต์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบดิจิทัลและขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมควบคุมด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น โดยมาห์เลพร้อมก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
การพัฒนาหน่วยธุรกิจมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ จากผู้จัดหาชิ้นส่วนยานยนต์สู่ผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานให้อู่ซ่อมรถยนต์อิสระสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมาห์เลทำงานร่วมกับผู้ค้าส่งอะไหล่และผู้ประกอบการอู่ซ่อมอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการให้บริการและช่วยให้ผู้ใช้รถมั่นใจในเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง
แพลตฟอร์มข้อมูลส่วนกลาง
สำหรับ MAHLE Workshop Portal เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลส่วนกลางที่เปิดให้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมผู้ใช้งานตั้งแต่ช่างเทคนิคและที่ปรึกษาด้านบริการ ไปจนถึงเจ้าของอู่ โดยรวบรวมระบบสนับสนุนทางเทคนิค ฟังก์ชันที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบแจ้งปัญหาโดยตรง คลังความรู้ หลักสูตรอบรมออนไลน์ และข่าวสารในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมสะสมคะแนนจากการเข้าร่วมอบรม กิจกรรม และการซื้อผลิตภัณฑ์ โดยแพลตฟอร์มได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ มาห์เลจะเริ่มนำร่องโครงการในยุโรปและอเมริกาใต้ ก่อนเปิดให้บริการแก่อู่ซ่อมรถยนต์อิสระในเยอรมนีช่วงครึ่งหลังของปี และทยอยขยายไปยังตลาดอื่นทั่วโลก
ยกระดับงานซ่อมแบตเตอรี่ บริการถึงที่

นอกจากนี้ มาห์เลยังพัฒนา MAHLE Battery Workshop Support เพื่อช่วยให้อู่ซ่อมสามารถประเมินสภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดยอุปกรณ์จะสื่อสารกับแบตเตอรี่ผ่านอินเทอร์เฟซ CAN (Controller Area Network) และแสดงผลภายในไม่กี่นาที ทั้งในกรณีที่แบตเตอรี่ยังติดตั้งอยู่ในรถหรือถูกถอดออกมาแล้ว ระบบดังกล่าวสามารถตรวจหาความผิดปกติ ประเมินสภาพแบตเตอรี่ และให้คำแนะนำว่าควรซ่อม เปลี่ยนใหม่ หรือส่งต่อไปยังศูนย์ซ่อมเฉพาะทาง รวมถึงสนับสนุนขั้นตอนการถอดแบตเตอรี่ การขนส่ง และการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้อู่ซ่อมตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยและควบคุมต้นทุนได้เหมาะสม
ขณะเดียวกัน มาห์เลได้นำเสนอ MAHLE Mobile Service แนวคิดศูนย์บริการเคลื่อนที่ที่ช่วยให้ช่างเทคนิคสามารถเดินทางไปให้บริการลูกค้าทั่วไปและผู้ประกอบการฟลีตรถยนต์ถึงสถานที่ใช้งาน ช่วยลดระยะเวลาที่รถต้องหยุดให้บริการ เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจของอู่ซ่อม
รถบริการเคลื่อนที่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ตั้งแต่การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง งานระบบเบรก การตรวจสภาพรถ การวิเคราะห์และอัปเดตซอฟต์แวร์ การซ่อมระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่สตาร์ท ไปจนถึงงานซ่อมกระจก บริการระบบปรับอากาศ และการตรวจวิเคราะห์แบตเตอรี่แรงดันสูง โดยปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการนำร่องในยุโรป
สำหรับงานบริการระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มาห์เลได้ร่วมมือกับโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส (Rohde & Schwarz) พัฒนาระบบทดสอบเซนเซอร์เรดาร์หลังการซ่อม โดยเชื่อมต่อระบบ MAHLE TechPRO® Digital ADAS 2.0 เข้ากับเครื่องทดสอบเรดาร์ RadEsT ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้อู่ซ่อมสามารถจำลองสถานการณ์จราจรเพื่อตรวจสอบการทำงานของชิ้นส่วนเรดาร์ได้ตามมาตรฐาน พร้อมบันทึกผลการทดสอบที่สามารถวัดผล จัดทำเป็นเอกสาร และทำซ้ำได้
ขณะเดียวกัน มาห์เลยังเตรียมเปิดตัวไส้กรองอากาศในห้องโดยสาร CareMetix® Natural ซึ่งนำขนแกะธรรมชาติมาผสานกับเทคโนโลยีการกรอง เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการใช้วัสดุที่อาจก่อให้เกิดไมโครพลาสติก โดยยังคงประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นละออง สารมลพิษ และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs รวมถึงช่วยลดกลิ่นภายในห้องโดยสาร
เร่งขยายอะไหล่ยานยนต์ไฟฟ้า
นับตั้งแต่ปี 2568 มาห์เลได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในตลาดอะไหล่ทดแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กำลังที่สำคัญ เช่น เครื่องชาร์จไฟฟ้าภายในรถยนต์และตัวกรองสัญญาณขาเข้า ซึ่งผลิตจากโรงงาน OEM ในเครือบริษัท เพื่อรองรับการซ่อมแซมระบบส่งกำลังไฟฟ้าและการทำงานของระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่
มาห์เลตั้งเป้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจากประมาณ 1,000 รายการในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 2,000 รายการภายในปี 2573 เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของชิ้นส่วนและบริการสำหรับตลาดอะไหล่ทดแทนที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามากขึ้น
โดย กรวรรณ ชัยเดช/ปนัยดา ปัทมโกวิท




