
เจ้าหน้าที่ราว 70 คนของสถานกงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี พร้อมสมาชิกครอบครัว เตรียมเดินทางออกจากเยอรมนี ภายหลังรัฐบาลเยอรมนีสั่งปิดสถานกงสุลดังกล่าว
โอเลก คราสนิตสกี กงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองบอนน์ เปิดเผยกับสำนักข่าว RIA Novosti ของรัสเซีย ในวันศุกร์ (4 ก.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียประมาณ 70 คน ได้รับคำสั่งให้ออกนอกประเทศเยอรมนีภายในวันที่ 18 ก.ย. พร้อมกับสมาชิกครอบครัว โดยขณะนี้ สถานกงสุลกำลังจัดทำแผนการเดินทางออกนอกประเทศสำหรับเจ้าหน้าที่
คราสนิตสกีกล่าวว่า การที่เยอรมนีตัดสินใจปิดสถานกงสุลรัสเซียไม่มีมูลเหตุอันสมควร พร้อมกับยืนยันว่า ความสัมพันธ์รัสเซีย-เยอรมนีที่ชะงักงันในช่วงที่ผ่านมานั้น “เป็นความผิดของเยอรมนีทั้งหมด” และการตัดสินใจของเยอรมนีสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.) เยอรมนีกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังความพยายามโจมตีด้วยโดรนที่ท่าอากาศยานไลป์ซิกของเยอรมนีเมื่อเดือนส.ค. พร้อมประกาศมาตรการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงการปิดศูนย์วัฒนธรรมรัสเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บ้านรัสเซีย” (Russian House) ในกรุงเบอร์ลิน และปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองบอนน์ แม้รัสเซียปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวก็ตาม
ต่อมาในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) รัสเซียได้ประกาศมาตรการตอบโต้ โดยเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประกาศว่า รัฐบาลรัสเซียจะปิดสาขาทั้งหมดของสถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) ซึ่งเป็นองค์กรวัฒนธรรมของเยอรมนี ที่ดำเนินงานในรัสเซีย
โยฮันน์ วาเดอฟูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี แสดงความเสียใจต่อการที่รัสเซียประกาศปิดสาขาของสถาบันเกอเธ่ในประเทศ โดยเรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลอันควร” และจะยิ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
โดย ปรียพรรณ มีสุข





