กสิกรฯคาดกรอบ SET วีคหน้า 1,600-1,660 จุด จับตาประชุมเฟด-งบ บจ.Q2/69 สถานการณ์ตอ.กลาง


บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าสัปดาห์ถัดไป (27-31 ก.ค. 2569) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,620 และ 1,600 จุด
ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,660 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 ก.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน การประชุม BOE และ BOJ ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนก.ค. ของจีน

ในวันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 0.33% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,795.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.71% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 227.13 จุด

สัปดาห์ที่ผ่านมาSET index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย
หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และกลุ่มแบงก์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้ประกอบการรายแรก ๆ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569
ออกมาดีกว่าคาด ตลอดจนหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 5 เดือนที่ระดับ 1,657.55 จุด

ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เสร็จสิ้นไปแล้ว อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงที่เหลื
อของสัปดาห์โดยแม้จะมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่ก็มีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มพลังงาน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด