
เจ้าหน้าที่จีนเร่งอพยพนักท่องเที่ยวที่ตกค้างออกจาก “จิ่วจ้ายโกว” แหล่งมรดกโลกชื่อดังในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศในวันนี้ (27 ก.ค.) หลังเกิดเหตุโคลนถล่มจากฝนตกหนักอันเป็นผลพวงจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “โนอึล” (Noul) ส่งผลให้ต้องสั่งปิดพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายจุด พร้อมกันนี้ ทางการจีนได้ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CCTV) รายงานว่า ทางการได้สั่งปิดพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญบางส่วนภายในจิ่วจ้ายโกวเป็นการชั่วคราวแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ออกไปยังที่ปลอดภัย
ทางการท้องถิ่นระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. เป็นต้นไป พื้นที่ตั้งแต่เหนือทะเลสาบไผ่ลูกศร รวมถึงตัวทะเลสาบไผ่ลูกศรในหุบเขารื่อเจ๋อ และพื้นที่ทั้งหมดในหุบเขาเจ๋อฉาวา ในเขตท่องเที่ยวจิ่วจ้ายโกว จะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นการชั่วคราวเนื่องจากเกิดเหตุโคลนถล่ม
การสั่งปิดพื้นที่ท่องเที่ยวระลอกล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากจีนประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันระดับสูงสุดในหลายมณฑล เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นโนอึล ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นที่ทรงพลังที่สุดที่พัดเข้าสู่จีนในปีนี้ ได้ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นวงกว้างทางตอนใต้และตอนกลางของประเทศ
กระทรวงทรัพยากรน้ำและสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนได้ร่วมกันออกประกาศเตือนภัยสีแดงระวังน้ำท่วมฉับพลันตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) ยาวไปจนถึงวันจันทร์ โดยเตือนถึงความเสี่ยงสูงในพื้นที่บางส่วนของมณฑลเจียงซี หูหนาน กวางตุ้ง เสฉวน ส่านซี กานซู และเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้
อนึ่ง เหตุดินโคลนถล่มและการกัดเซาะของดินมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ภูเขาของจีน โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดของหุบเขาลำธารที่ลาดชัน ในช่วงที่ฝนตกหนักที่สุดของฤดูร้อน ซึ่งในเดือนนี้เพียงเดือนเดียว เกิดเหตุดินถล่มที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง โดยในเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ เกิดเหตุดินถล่มครั้งใหญ่หลังจากเกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 50 ราย
ขณะเดียวกัน ในมณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 รายจากเหตุดินถล่มในอำเภอตั้งชาง ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขา นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่จุดแคมปิ้งในอำเภอเว่ย์หยวน ของมณฑลกานซู่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 10 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 23 ราย
ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย หลังจากชั้นดินลมหอบ (Loess soil) ถล่มลงมาทับบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน
สภาพอากาศที่รุนแรงนี้เกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่จีนเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวังและควบคุมอุทกภัยสูงสุด หรือที่เรียกว่า “ชีเซี่ย ปาซ่าง” ซึ่งตรงกับช่วงกลางเดือนก.ค. ถึงกลางเดือนส.ค. โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักขั้นรุนแรงจะเพิ่มความถี่และความรุนแรงมากขึ้นอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยคาดว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนส่วนใหญ่จะมีปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ 20% ถึง 50%
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข





