
ธุรกิจเครื่องประดับกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมสินค้าหรู หลังยอดขายสินค้าแฟชั่นยังชะลอตัว ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ตลาดสินค้าหรูทั่วโลกมีแนวโน้มกลับมาเติบโตในปี 2569 หลังหดตัวติดต่อกัน 2 ปี แต่การใช้จ่ายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าช่วงไตรมาสแรก
ขณะเดียวกัน สินค้ากลุ่มกระเป๋าหนังซึ่งเคยเป็นแหล่งสร้างกำไรสำคัญของแบรนด์หรู เริ่มไม่สามารถพยุงผลประกอบการได้เหมือนในอดีต หลังผู้บริโภคมองว่าสินค้ามีราคาสูงเกินไปและไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ขณะที่เครื่องประดับกลับได้รับความนิยมมากขึ้น
แม้ธุรกิจเครื่องประดับจะยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มากนักสำหรับผู้ประกอบการสินค้าหรูส่วนใหญ่ แต่นักวิเคราะห์จากวอนโตเบล (Vontobel) ระบุว่า กลุ่มสินค้าดังกล่าวสร้างการเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอและมีอัตรากำไรโดดเด่นเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจ
แคโรล มัดโจ หัวหน้าฝ่ายวิจัยกลุ่มสินค้าหรูยุโรปของบาร์เคลย์ส (Barclays) กล่าวว่า ผู้บริโภคเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับสินค้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์ที่ขาดความแปลกใหม่ ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เครื่องประดับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านผลประกอบการของ Richemont เจ้าของแบรนด์ Cartier และ Van Cleef & Arpels ซึ่งมียอดขายเครื่องประดับในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 24% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก ขณะที่ LVMH เจ้าของแบรนด์ Bulgari และ Tiffany ก็คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานในธุรกิจนาฬิกาและเครื่องประดับแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
บาร์เคลย์สปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของธุรกิจนาฬิกาและเครื่องประดับของ LVMH ในปี 2569 เป็น 8% จากเดิม 7% สูงกว่าอัตราการเติบโต 3% ในปี 2568 ทั้งนี้ ธุรกิจดังกล่าวถือเป็นหน่วยธุรกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ LVMH และสร้างรายได้คิดเป็น 13% ของรายได้รวม 8.1 หมื่นล้านยูโรในปี 2568
ขณะเดียวกัน Kering เจ้าของแบรนด์ Pomellato และ Boucheron เปิดเผยเมื่อเดือนเม.ย.ว่า ธุรกิจเครื่องประดับมียอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดในบรรดาธุรกิจทั้งหมดของบริษัท
มัดโจกล่าวว่า แม้แต่แบรนด์ที่มีจุดแข็งด้านแฟชั่นและเครื่องหนังอย่าง Hermès, Prada และ Gucci ต่างก็หันมาให้น้ำหนักกับธุรกิจเครื่องประดับมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างการเติบโตได้โดดเด่นในช่วงเวลานี้
ทั้งนี้ ตลาดจับตาการประกาศผลประกอบการของผู้ผลิตสินค้าหรูรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดย LVMH จะรายงานผลประกอบการในวันจันทร์ (27 ก.ค.) ตามด้วย Kering ในวันอังคาร (28 ก.ค.) และ Hermès ในวันพุธ (29 ก.ค.)
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





