
บริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ว่า บริษัทมีรายได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีงบการเงิน 2569 (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.) อยู่ที่ 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
บริษัทมีกำไรสุทธิประจำไตรมาสตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป (GAAP) อยู่ที่ 3.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) เพิ่มขึ้น 32% สู่ระดับ 4.81 ดอลลาร์สหรัฐ
ด้านกำไรจากการดำเนินงานของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ 4.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากไม่รวมผลกระทบจากการลงทุนในโอเพนเอไอ (OpenAI) กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4 จะอยู่ที่ 3.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบรายปี และกำไรต่อหุ้นปรับลดจะอยู่ที่ 4.74 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 23%
สำหรับภาพรวมตลอดปีงบการเงิน 2569 ไมโครซอฟท์มีรายได้รวม 3.318 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% จากปีงบการเงินก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐาน GAAP เพิ่มขึ้น 21% สู่ระดับ 1.552 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP เพิ่มขึ้น 31% แตะที่ 1.337 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
สัตยา นาเดลลา ประธานและซีอีโอของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “เรากำลังผลักดันพรมแดนใหม่ของเส้นโค้งประสิทธิภาพด้านต้นทุนต่อผลลัพธ์ (cost-to-outcome curve) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าทุกคนจะสามารถเปลี่ยนการใช้โทเคน (Token) ไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม”
นาเดลลากล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ รายได้จากบริการคลาวด์ Azure ทะลุระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่ Microsoft 365 Copilot มียอดผู้ใช้งานแบบชำระเงินเกินกว่า 30 ล้านสิทธิ์การใช้งาน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เราในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุค AI”
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





