
พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าว และฝ้ายของจีนมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะได้รับความเสียหายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากคลื่นความร้อนกำลังแผ่ปกคลุมภูมิภาคทางเหนือและตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรที่สำคัญของประเทศ
ไวซาลา (Vaisala) ซึ่งเป็นบริษัทพยากรณ์อากาศเชิงพาณิชย์ระบุว่า ความกดอากาศสูงจะทำให้สภาพอากาศร้อนกว่าปกติในสัปดาห์นี้ โดยเมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จะมีอุณหภูมิสูงสุดระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียสไปจนถึงวันพฤหัสบดีนี้ (7 ส.ค.) ส่วนกรุงปักกิ่งจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 30 องศาเซลเซียสต้น ๆ ถึง 30 องศากลาง ๆ ไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้
ขณะที่ศูนย์ภูมิอากาศประจำมณฑลซานตง ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตข้าวโพดในสัดส่วน 10% ของผลผลิตภายในประเทศ ได้ออกคำเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อุณหภูมิจะคงอยู่ในช่วง 30 องศาเซลเซียสกลาง ๆ ถึง 30 องศาเซลเซียสสูงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวโพดฤดูร้อน นอกจากนี้ ความชื้นสูงที่เกิดจากกระแสลมมรสุมชื้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพืชด้วยเช่นกัน
ส่วนทางตอนเหนือขึ้นไป เจ้าหน้าที่ในมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตข้าวโพดประมาณ 7% ของผลผลิตทั่วประเทศ ก็ได้แสดงความกังวลเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่เมืองจิ่นโจวกล่าวว่า พืชผลหลักอย่างข้าวโพดและข้าวกำลังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตที่สำคัญในขณะนี้ และพื้นที่ลาดเนินและพื้นที่ทรายกำลังสูญเสียความชื้นมากขึ้น
นอกจากนี้ ความร้อนที่แผดเผายังแผ่ปกคลุมเขตปกครองตนเองซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งเป็นแหล่งปลูกฝ้ายเกือบทั้งหมดของประเทศ โดยศูนย์ภูมิอากาศของซินเจียงได้ออกคำเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อุณหภูมิที่สูงอย่างน้อย 35 องศาเซลเซียสจะแผ่ปกคลุมเป็นวงกว้างไปจนถึงวันที่ 11 ส.ค. โดยเมืองทูร์ปาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอูรุมชี อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท





