BP กำไร Q2/69 พุ่งเกินเท่าตัว ดีกว่าคาด อานิสงส์ราคาน้ำมันแพงจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

บีพี (BP) ยักษ์ใหญ่น้ำมันของอังกฤษ รายงานผลกำไรไตรมาส 2/2569 ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ท่ามกลางบรรดาบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลกที่กวาดกำไรถล่มทลายจากราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่พุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

บริษัทรายงานในวันนี้ (4 ส.ค.) ว่า กำไรต้นทุนการทดแทนพื้นฐาน (underlying replacement cost profit) ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของกำไรสุทธิ อยู่ที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/2569 (เม.ย.-มิ.ย.) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการรวบรวมของ LSEG

ทั้งนี้ กำไรสุทธิของบีพีในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยู่ที่ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1/2569

ผลประกอบการของบริษัทได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง โดยการสู้รบได้สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลสายสำคัญที่มีลักษณะเป็นคอขวด โดยปกติแล้วรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก

ไฮไลต์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569

  • บีพีปรับเพิ่มการจ่ายเงินปันผลขึ้น 4% เป็น 8.66 เซนต์ต่อหุ้นสามัญ สำหรับไตรมาส 2
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังรวมการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนปรับปรุงแล้วจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • หนี้สินสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.225 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 2.53 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมี.ค.


นอกจากนี้ บีพีระบุว่า บริษัทได้เริ่มกระบวนการนำบริษัท อาคีอา เอเนอร์จี (Archaea Energy) ออกเสนอขายให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยบีพีได้เข้าซื้อธุกิจก๊าซชีวภาพของสหรัฐฯ รายนี้มาในมูลค่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2565 เพื่อขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน แต่ได้ล้มเลิกแผนดังกล่าวไปเมื่อต้นปี 2568

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข