
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ ส่งสัญญาณการพักฐานของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากวานนี้
ณ เวลา 19.29 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 154 จุด หรือ 0.29% สู่ระดับ 52,066 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวานนี้พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ นอกจากนี้ ข้อมูลแรงงานล่าสุดยังทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
นายบ็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Edwards Asset Management กล่าวว่า “หากเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ก็น่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนธันวาคม เนื่องจากเฟดไม่น่าจะประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง”
นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดในวันนี้ ได้แก่ นางมิเชล โบว์แมน สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) รวมทั้งนายเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟด สาขาแคนซัสซิตี เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเจ้าหน้าที่เฟด
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




