
SET ปิดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) มูลค่าซื้อขาย 77,757.30 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ ระบุหุ้นไทยวันนี้แกว่งกรอบแคบขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อนหลังรับรู้ประเด็นสหรัฐ-อิหร่านกลับส่การเจรจาไปแล้ว ประกอบกับ ตลาดอยู่ในช่วงเก็งกำไร บจ.รายตัวจากงบ Q2/69 แนวโน้มพรุ่งนี้คาดแกว่งในกรอบต่อไป รอติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์ โดยแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,635 จุด
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ปิดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (0.29%) มูลค่าซื้อขาย 77,757.30 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้แกว่งกรอบแคบก่อนอ่อนตัวลงช่วงท้ายตลาด โดยทำจุดต่ำสุด 1,616.56 จุด และทำจุดสูงสุด 1,631.58 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 194 หลักทรัพย์ ลดลง 249 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 208 หลักทรัพย์
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ หลังจากตอบรับข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านไปแล้ว ประกอบกับ ตลาดหุ้นภูมิภาคก็เคลื่อนไหวสลับบวก-ลบในกรอบแคบเช่นกัน ช่วงนี้เป็นการเก็งกำไรหุ้นรายตัวตามผลประกอบการ หรือเคลื่อนไหวตามปัจจัยเฉพาะตัว เช่น THAI ที่เผชิญแรงขายออกมาหลังหุ้นแปลงหนี้ถูกปลดล็อกให้ขายได้
สำหรับแนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดตบาดยังแกว่งในกรอบ ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ คือ การทยอยรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราว่างงานที่จะประกาศในวันศุกร์นี้
สำหรับภาพรวม งบ บจ. ไทยที่ประกาศออกมาแล้ว ถือว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รวมถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีกอย่าง GLOBAL และ HMPRO ที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จากแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปี
พร้อมทั้งให้แนวรับไว้ที่ 1,600 จุด และแนวต้านที่ 1,635 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย วรินทร ศิรินอก





