ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งขึ้นตามภูมิภาค คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยหลัง CPI สหรัฐฯชะลอตามคาด

นักวิเคราะห์ฯคาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้น ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ที่ปรับตัวขึ้น รับปัจจัยหนุนเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐเมื่อคืนนี้รายงานออกมาชะลอตัวลงตามตลาดคาด ทำให้ตลาดคลายกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนก.ย.นี้ และ Bond Yield ปรับตัวลง หนุนต่อตลาดหุ้น แต่ยังคงต้องติดตามการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่ชัดเจนต่อ พร้อมให้แนวต้าน 1,625 จุด แนวรับ 1,600 จุด

นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดแกว่งตัวขึ้นได้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียเช้าที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังจากที่เมื่อคืนวานนี้รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐออกมาชะลอลงตามที่ตลาดคาด ทำให้ตลาดกลับมาผ่อนคลายแรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนก.ย.นี้ลงไป และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) มีการปรับลดลง หนุนต่อตลาดหุ้น

อย่างไรก็ตามปีจจัยที่ยังต้องติดตามยังคงเป็นประเด็นในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งยังคงมีความยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับที่สูงต่อ

โดยให้แนวต้าน 1,625 จุด แนวรับ 1,600 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (12 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,770.27 จุด ลดลง 21.58 จุด หรือ -0.04% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,748.50 จุด เพิ่มขึ้น 20.30 จุด หรือ +0.26% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,588.49 จุด เพิ่มขึ้น 143.04 จุด หรือ +0.54%

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 68,033.17 จุด เพิ่มขึ้น 509.11 จุด หรือ +0.75% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,288.07 จุด ลดลง 152.1 จุด หรือ -0.59% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,957.16 จุด เพิ่มขึ้น 10.48 จุด หรือ +0.27% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (11 ส.ค. ) 1,612.62 จุด ลดลง 11.74 จุด (-0.72%) มูลค่าซื้อขาย 69,950.50 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (11 ส.ค.) 112.58 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. (12 ส.ค.) เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 83.27 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 ส.ค.) อยู่ที่ 25.03 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.07 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนค่าหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯชะลอตามคาด

– ฮอร์มุซยังไม่เปิด! ความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ริบหรี่ ดันราคาน้ำมันพุ่ง วิกฤตพลังงานส่อลากยาว ด้านกองทัพอเมริกัน ส่งเฮลิคอปเตอร์ยิงมิสไซส์ถล่ม “เรือติดธงปานามา” กลางอ่าวโอมาน อ้างฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทะเลอิหร่าน

– “เอกนิติ” สั่งสรรพสามิต ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต สร้างความเป็นธรรมยานยนต์ทุกรูปแบบ ฟาก “ปลัดคลัง” ดันรื้อแพ็กเกจ EV อุ้มรถแท็กซี่-รถบรรทุก-รถบัส โบรกฯ มองบวกต่อกลุ่มค่ายรถแบบดั้งเดิมและนิคมอุตสาหกรรม

– กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย คำนวณตามสูตรอัตราก้าวหน้า หลังตัดภาระค่าไฟถนนออก ย้ำ 200 หน่วยแรก คิดอัตรา 3 บาท

– “พีดีพี 2026” ล่าช้า 5 รัฐบาล ห่วง กกพ.สะดุดอีก กระทบตัดสินใจเชิงนโยบายและกติกาพลังงานใหม่ เสี่ยงทำให้ “SMR-ไฮโดรเจนBattery Storage” ขาดความชัดเจน ขณะที่ Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์ ติดกติกาใหม่ หวั่นไทยเสียจังหวะดึงดาต้าเซนเตอร์ ด้านแผน “เน็ต ซีโร่ 2050” เสี่ยงสะดุด

– เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือบีดีอี เปิดเผยว่า ได้ประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัลปี 69 ของไทยจะขยายตัว 5.6% หรือมีมูลค่า 5.7 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 2.2 เท่าของจีดีพีรวมที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 2.5% สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย

– MSCI ประกาศหุ้นเข้า-ออก Small Cap Index มี Surprise บวก หุ้นเข้า HANA, GUNKUL  หุ้นหลัก ไม่มีหุ้นเข้า-ออก Rebalance มีผลราคาปิด 31 ส.ค. 69

*หุ้นเด่นวันนี้

– EPG (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9 บาท กำไรปกติงวดไตรมาส 1/69-70 (เม.ย.-มิ.ย.69 )ออกมาที่ 491 ล้านบาท ดีกว่าคาดถึง 17% หนุนจาก Gross Margin ที่ดีกว่าคาดในทุกธุรกิจ ขณะที่รายได้เติบโตแข็งแรงหนุนจากธุรกิจฉนวน Aeroflex ที่ขับเคลื่อนเป็นหลัก และมีโอกาสเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 4-10%

– SAWAD (กรุงศรี) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33 บาท คาดคุณภาพสินทรัพย์ผ่านจุดแย่สุดแล้ว และกำไรสุทธิปี 69 คาดกลับมาเติบโต 10% และคาดราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเชิงลบเรื่องความเสี่ยงเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ไปมากแล้ว ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.4 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับที่คาด

– SPALI (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.20 บาท กำไรไตรมาส 2/69 ออกมาดีกว่าคาดที่ 1.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 310% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการที่มีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นปัจจัยหลักหนุนกำไร และแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังของปี 69 ยังมั่นคง หนุนจากโครงการคอนโดขนาดใหญ่

โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน