
ดีปซีค (DeepSeek) บริษัทสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สัญชาติจีน ประกาศเปิดตัวโมเดลรุ่น “V4-Pro-0813” อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งร่วมชาติ โดยชูจุดเด่นด้านระบบตัวแทนอัจฉริยะ (AI Agent) ที่พัฒนาให้ฉลาดล้ำขึ้น พร้อมประกาศปรับขึ้นราคาค่าบริการ API และเริ่มใช้ระบบคิดราคาตามช่วงเวลาการใช้งาน
ดีปซีคระบุว่า โมเดล V4-Pro-0813 พัฒนาขีดความสามารถด้าน AI Agent ให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก โดยเปิดให้ใช้งานแล้วทั้งทางช่องทาง API, แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ นอกจากนี้ บริษัทยังตัดสินใจปรับขึ้นราคาค่าบริการ API ของทั้งรุ่น V4 Pro และ V4 Flash พร้อมทั้งนำระบบคิดราคาตามช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น (Peak) และช่วงที่มีผู้ใช้งานเบาบาง (Off-peak) มาเริ่มใช้ด้วย
วงการเทคโนโลยีต่างจับตาการเปิดตัวครั้งนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากในการทดสอบจากหลายสำนักก่อนหน้านี้ โมเดลรุ่นประหยัดอย่าง “V4 Flash” กลับทำผลงานได้ดีกว่าโมเดล V4 Pro รุ่นทดลองใช้งาน (Preview) ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนเม.ย. เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าผิดปกติ เพราะโมเดลตระกูล Pro ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่มีศักยภาพสูงสุด แต่ผลลัพธ์ล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า ดีปซีคได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนพร้อมเปิดตัวโมเดลฉบับสมบูรณ์
ดีปซีคก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นแห่งวงการ AI จีน หลังจากโมเดล “R1” สร้างปรากฏการณ์ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อต้นปี 2568 ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า บริษัทเทคโนโลยีสามารถสร้างระบบ AI ประสิทธิภาพสูงด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐฯ ได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ดี ความได้เปรียบในช่วงแรกเริ่มสั่นคลอน เมื่อบรรดาคู่แข่งในจีนต่างทยอยเปิดตัวโมเดลใหม่ออกมาประชันอย่างต่อเนื่อง ทั้งมูนช็อต เอไอ (Moonshot AI), จื้อผู่ เอไอ (Zhipu AI), มินิแม็กซ์ (MiniMax), อาลีบาบา (Alibaba) และไบต์แดนซ์ (ByteDance)
ขณะเดียวกัน ดีปซีคยังต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการเปลี่ยนกระแสนิยมให้เป็นผลกำไรทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนก.ค. ว่า บริษัทกำลังเตรียมเปิดระดมทุนรอบใหม่ และตั้งเป้าประเมินมูลค่ากิจการไว้สูงถึงราว 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเพิ่งระดมทุนจากภายนอกครั้งแรกได้ประมาณ 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา
การเปิดรับเงินทุนจากภายนอกนับเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญของดีปซีค จากเดิมที่เคยปฏิเสธเงินทุนภายนอกมาโดยตลอด ทั้งยังสะท้อนถึงต้นทุนการพัฒนา AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลไปกับชิปประมวลผล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
นอกจากนี้ ดีปซีคยังตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานในทุกแผนกขึ้นอีกอย่างน้อยเท่าตัว โดยเฉพาะทีมดูแลศูนย์ข้อมูลและทีมพัฒนา AI Agent อีกทั้งรอยเตอร์ยังรายงานเพิ่มเติมเมื่อเดือนก.ค. ว่า บริษัทได้เร่งเดินหน้าว่าจ้างวิศวกรออกแบบชิปอย่างเงียบ ๆ เพื่อซุ่มพัฒนาชิป AI สำหรับใช้งานเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่างอินวิเดีย (Nvidia) และหัวเว่ย (Huawei) ในระยะยาว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา พงศ์ทวิช




