“สันติธาร” มองศก. Q3/69 ชะลอต่อ เหตุกำลังซื้อยังแผ่ว ลุ้นฟื้น Q4 แรงหนุนท่องเที่ยว-บิ๊กอีเวนท์ในไทย

นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 ว่า ยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เพราะยังเผชิญกับความเสี่ยงของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับปัญหากำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นวิกฤติระลอกที่ 3 (ระลอกที่ 1 ราคาพลังงาน ระลอกที่ 2 เงินเฟ้อสูง) แม้รัฐบาลจะมีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 ออกมาก็ตาม แต่ก็ช่วยประคับประคองการบริโภคในประเทศไว้ได้ในระดับหนึ่ง และยังไม่กระตุ้นให้การบริโภคกลับมาแข็งแกร่งได้

ทั้งนี้ เนื่องจากยังมีอีกด้านที่ต้องระวัง กล่าวคือ หากกระตุ้นการบริโภคมากเกินไปในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีกได้ ดังนั้นการเร่งออกมาตรการในแต่ละส่วน จำเป็นต้องพิจารณาให้เกิดความสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

“ตอนแรกประเมินว่าเงินเฟ้อเสี่ยงจะแย่กว่านี้ แต่ก็ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ เพราะสงครามยังไม่จบ ส่วนกำลังซื้อที่ชะลอลงนั้น ปัจจุบันยังมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส ถือว่าเป็นกันชนระดับหนึ่งในเรื่องการบริโภค ส่วนหลังจากนี้ ก็จะเป็นโครงการใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่รัฐบาลให้โจทย์ไปว่า โครงการต่าง ๆ จะต้องออกมาเพื่อเยียวยา บรรเทาภาระต้นทุนของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้า ก็จะเป็นอีกส่วนที่ช่วยเหลือเรื่องการบริโภคได้บางส่วน” นายสันติธาร กล่าว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2569 นั้น นายสันติธาร เชื่อว่า เศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น จากแรงสนับสนุนในเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากที่ไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการถูกยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนาสำคัญ อาทิ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-16 ต.ค. 69 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน จาก 190 ประเทศทั่วโลก, การจัดประชุม World Economic Forum และการจัดเทศกาลดนตรี Tomorrow Land ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนช่วยทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่เคยแผ่วในไตรมาส 2 เริ่มกลับมาได้บ้าง และมีส่วนช่วยในการประคองเศรษฐกิจในปี 2569

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากเม็ดเงินของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่จะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น จะเป็นอีกอานิสงส์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2569

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ยังน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ คือ ผู้ประกอบการ SMEs เนื่องจากกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งรายได้ลดลง แต่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ

“เป็นภาวะที่เรียกว่า Double Squeeze คือ การถูกบีบทั้งจากรายได้ที่ลดลง และต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก” นายสันติธาร กล่าว

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์