ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (18 ส.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ปรับตัวในกรอบแคบ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 0.02% แตะที่ระดับ 99.657
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 159.60 เยน จากระดับ 159.59 เยนในวันจันทร์ (17 ส.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8125 ฟรังก์ จากระดับ 0.8115 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3906 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3877 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1576 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1572 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3534 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3538 ดอลลาร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2568
ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างมากนั้น มาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวในวันอังคารว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไป จนกว่าสหรัฐจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน และปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน พร้อมกับกล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ไม่มีการเจรจาใดๆ กับอิหร่าน และการปิดล้อมทางทะเลยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดและสามารถเดินเรือได้ตามปกติ โดยทุ่นระเบิดในทะเลทั้งหมดได้ถูกเก็บกู้หรือทำลายแล้ว
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุดเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9,500 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค.
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 2.3% สู่ระดับ 71.2 ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.1%
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 12.4% สู่ระดับ 1.239 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.350 ล้านยูนิต จากระดับ 1.415 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย. โดยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการจำนอง รวมทั้งจำนวนบ้านในสต็อก
นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





