ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าฟื้นตัวขานรับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ชะลอจากมาตรการซื้อคืนพันธบัตร

นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวขึ้น ตอบรับบอนด์ยีลด์สหรัฐชะลอตัวลงหลังกระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเท่าตัว ในช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. แต่มองเป็นเพียงปัจจัยบวกระยะสั้น เพราะฐานะการคลังสหรัฐยังน่าห่วง ขาดดุลงบประมาณมากขึ้นซึ่งหนีไม่พ้นกู้กู้เงินเพิ่มยิ่งทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้น ขณะที่สงครามตะวันออกกลางยังตึงเครียด อิหร่านขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐในยุโรป ให้แนวต้านที่ 1,620-1,625 จุด แนวรับที่ 1,610-1,605 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา,IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด คาดว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ฟื้นตัวจากวานนี้ที่ชะลอตัว ปัจจัยหลักมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ(บอนด์ยีลด์) สูงหลังกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวอย่างน้อย 4 พันล้านเหรียญจากเดิม 2 พันล้านเหรียญ ในเดือน ก.ย.-พ.ย. ทำให้บอนด์ยีลต์ชะลอตัวลง แต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น

แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะฐานะการคลังสหรัฐฯ ยังน่ากังวล จากระดับหนี้สหรัฐพุ่งสูง การขาดดุลงบประมาณ ทำให้ยังต้องกู้เงินเพิ่ม อีกทั้งเอกชนสหรัฐระดมทุนผ่านหุ้นกู้เพื่อใช้ลงทุน AI ซึ่งทำให้ซัพพลายตลาดบอนด์ก็ยังมากอยู่ ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มชิปไม่ได้ปรับขึ้นตาม แต่เป็นแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Value Play

ขณะเดียวกันสงครามตะวันออกกลางยังไม่มีพัฒนาเชิงบวก ล่าสุด UAE หยุดทำธุรกรรมกับอิหร่าน และอิหร่านขู่เตรียมโจมตีฐานทัพสหรัฐในยุโรป ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังยืนระดับสูง หนุนราคา Commodity ทยอยปรับขึ้น

ประเมินแนวต้านที่ 1,620-1,625 จุด แนวรับที่ 1,610-1,605 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (19 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,463.05 จุด เพิ่มขึ้น 119.65 จุด หรือ +0.22%    , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,707.98 จุด เพิ่มขึ้น 16.22 จุด หรือ +0.21%  และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,331.09 จุด เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ +0.16% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,732.79 จุด เพิ่มขึ้น 406.37 จุด หรือ +0.62% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,779.08 จุด เพิ่มขึ้น 284.01 จุด หรือ +0.31% , ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,907.21 จุด เพิ่มขึ้น 12.79 จุด หรือ +0.32% และดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.11%  

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (19 ส.ค. ) 1,609.76 จุด ลดลง 11.86 จุด (-0.73%) มูลค่าซื้อขาย 97,800.81 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (19  ส.ค.) 8,706.07  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (19  ส.ค.) เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 85.83  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 ส.ค.) อยู่ที่ 24.85 ดอลลาร์/บาร์เรล

-เงินบาทเปิด 32.82 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาครับดอลลาร์อ่อน หลังสหรัฐเพิ่มซื้อคืนพันธบัตร

– กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันพุธว่า ทางกระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน  

-“ศุภจี” เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนการค้า-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน ผลักดันส่งออก ดันทั้งปีนี้ยอดแตะ 12 ล้านล้านบาท ฟาก “ตลาดหุ้นไทย” เดินหน้าจัด Thailand Focus 78 บจ.โรดโชว์ต่างชาติ 26-28 ส.ค.นี้ จุดขายหุ้นไทยพุ่ง 30% ติดอันดับ 4 โลก “เอกนิติ-เอกนัฏ” ร่วมให้ข้อมูลยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 

– “หุ้นธนาคารพาณิชย์ไทย” เผชิญความท้าทายหลัง “ทีทีบี” ถูกปรับพอร์ตเมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ING Bank N.V. ขายออกมา 7.9% “กสิกรไทย” ติดโผเสี่ยง ด้าน ธปท.ชี้ไตรมาส 2 ระบบแบงก์แข็งแกร่ง “ฐากร” เผย 3 เครื่องยนต์หนุนแบงก์โต “บล.ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล” มอง ING ตั้งใจทยอยถอนลงทุน “บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้ต่างชาติยังไม่ตัดสินใจลงทุน” รอความชัดเจนเศรษฐกิจไทย 

-เปิดลงทะเบียน TH-AI Passport วันแรก ทะลุ 5 แสน “อนุทิน” โอ่เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ไม่ใช่โครงการเฮงกะบ๊วย ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก มั่นใจแจงได้ทุกขั้นตอน “ไชยชนก” ปลื้ม ปชช.แห่รับสิทธิ การันตีปลอดภัย “ปชน.” กังวลใช้โดเมน .net “การดี” เตือนบังคับส่งข้อมูลคนไทยไปต่างประเทศ ผิด TOR ดักคออย่าใช้ยอดลงทะเบียนเป็นตัวประกัน 

-ส.อ.ท.เผยแรงหนุนดี ดันดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ก.ค.69 เพิ่มเป็น 90.0 จาก 88.2 รับตลาด EV-ส่งออกมาตรการลดต้นทุนน้ำมัน คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าขยับแตะ 96.1 

-“เอกนิติ” สั่งการบ้าน “ออมสิน” เตรียมแนวทางให้พร้อมรองรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยใช้การจัดทำบัญชีร้านค้าผ่าน AI นกกระซิบยื่นขอกู้เงิน ด้าน “ทรงพล” ฟุ้งสินเชื่อ EV กระแสดี ล็อตแรกจัดสรรเกลี้ยง สั่งปั๊มเพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท 

-สบน. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้ 

*หุ้นเด่นวันนี้

-BJC (ฟินันเซีย ไซรัส)”ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท โมเมมตัม SSSG ของ BigC ดีขึ้น โดยเริ่มพลิกมาเป็นบวกในเดือน ส.ค. และทำให้ SSSG 3QTD กลับมาทรงตัว y-y จากการปรับ Product Assortment และยอดขายร้านโดนใจที่เติบโตดี เราคาดกำไรปกติ 2H26 ยังเติบโต Y-Y ได้ต่อเนื่อง หนุนจากธุรกิจ Packaging , MM Mega Market และ BigC ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น ด้าน Valuation ยังถูก เทรด PER ราว 14 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ราว 16 เท่า

-STECON (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.62 บาท กำไรปกติ ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 910 ลบ.(+374% YoY, +488% QoQ) สูงกว่าคาดเล็กน้อย หากตัดเงินปันผล GULF กำไรหลักยังสูงกว่าคาด 9.7% ส่วน Backlog อยู่ที่ 1.14 แสนลบ.รองรับรายได้ราว 3 ปี ขณะที่คาดงานใหม่เร่งตัวใน 2H26 เพื่อหนุนเป้ารับงานใหม่ 5 หมื่นลบ. คาดกำไรดำเนินงาน 2H69 โต YoY จาก Data Center/Solar และมี upside จาก UTA คง”ซื้อ” TP 20.62 บาท

-OR (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 12.00 บาท ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69  ค่าการตลาดน้ำมันและปริมาณขายน้ำมันที่ฟื้นตัวในไตรมาส 3/69  + คาดจะไม่มีผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันจำนวนมากเช่นในไตรมาส 2/69  ทำให้คาดกำไรไตรมาส 3/69  มีโอกาส Turnaround ขณะที่คาดการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศหนุนรายได้ธุรกิจ Non-oil (ร้านกาแฟ) Valuation ถูก Forward PE 20 เท่า (-1 SD) บนประมาณการฯปีนี้ จะลดลงเหลือ +/-12 เท่า (-2SD) บนประมาณการฯปีหน้าที่คาดจะฟื้นตัวเป็นปกติ

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน