
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ (20 ส.ค.) ว่า อัตราว่างงานเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ 4.4% ส่วนตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ค. ลดลง 15,800 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 12,000 ตำแหน่ง
สำนักงานสถิติฯ ยังระบุด้วยว่า ตัวเลขการจ้างงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้น 16,300 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานพาร์ทไทม์ลดลง 32,200 ตำแหน่ง
ส่วนอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 66.9% ในเดือนก.ค. จากระดับ 67% ในเดือนมิ.ย. และสัดส่วนการจ้างงานต่อประชากรลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 63.9%
อัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนก.ค.นั้น ได้สนับสนุนมุมมองของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ที่คาดการณ์ว่าตลาดแรงงานมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังทำให้นักลงทุนลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ RBA
หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลง 0.3% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน ปรับตัวลง 0.04% ขณะที่นักลงทุนในตลาดการเงินได้ลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.ลงสู่ระดับประมาณ 60% จากระดับ 68% ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงาน
ในการประชุมเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ RBA มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.35% ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่สอง โดย RBA ระบุว่าอัตราว่างงานที่สูงขึ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอลงจะช่วยลดความร้อนแรงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากพอที่จะทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลง
แถลงการณ์การประชุมในวันดังกล่าวยังระบุว่า คณะกรรมการ RBA ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจว่าภาวะเงินเฟ้อสูงจะไม่ฝังรากลึก และเมื่อพิจารณาว่านโยบายการเงินมีลักษณะเข้มงวดในระดับหนึ่งแล้ว คณะกรรมการ RBA ก็ยังคงดำเนินการตามที่เห็นว่าจำเป็นต่อไป เพื่อทำให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมหากพบว่ามีความเสี่ยงสูง
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข




