
BBLAM เปิดมุมมองการลงทุนประจำเดือนสิงหาคม 2569 ผ่าน B-SELECT หรือกองทุนแนะนำภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยคัดเลือกกองทุนที่ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ การลงทุนตามธีมการเติบโตระยะยาว และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนในการกระจายความเสี่ยงและจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน จากปัจจัยเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บลจ.บัวหลวง (BBLAM) กล่าวว่า ในสภาวะที่ปัจจัยเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังคงส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก การจัดพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ลงทุน โดย BBLAM ได้คัดเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลายประเภท เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล
สำหรับกลุ่มตราสารหนี้ไทย BBLAM แนะนำกองทุน B-STPLUS ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน โดยบริหารอายุเฉลี่ยตราสาร (Portfolio Duration) ในระดับสั้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตการลงทุน ขณะที่กลุ่มตราสารหนี้ต่างประเทศแนะนำ B-DYNAMIC BOND ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก และมุ่งสร้างรายได้จากสินทรัพย์ประเภท US Credit และ Securitized Credit ภายใต้การบริหาร Duration ในระดับประมาณ 3-5 ปี
ด้านการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ BBLAM แนะนำ B-USPASSIVE ซึ่งเปิดโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ้างอิงดัชนี S&P500 โดยมองว่า ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ (US Reshoring) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน อุตสาหกรรม และวัสดุ ขณะที่ ฝั่งหุ้นไทยแนะนำ BSIRICG ซึ่งมุ่งลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพดีที่ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการ (CG) โดยมองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเมือง และกระแสเงินลงทุนที่หมุนเวียนเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าการลงทุนเหมาะสม
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มการกระจายความเสี่ยง BBLAM แนะนำ BGOLD ซึ่งลงทุนในทองคำ โดยมองว่ายังคงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้ในช่วงที่เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกยังมีความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ BBLAM ยังแนะนำกลุ่มกองทุนตามธีมการลงทุนระยะยาว (Thematic Funds) ได้แก่ B-JPPASSIVE, B-ASIATECH, B-INNOTECH, B-US2000P และ BCAP-XHEALTH ซึ่งครอบคลุมโอกาสการลงทุนจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลของบริษัทญี่ปุ่น การเติบโตของห่วงโซ่อุปทานด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีระดับโลกหุ้นขนาดกลางและเล็กของสหรัฐฯ ตลอดจนธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
นายอิสระ กล่าวเพิ่มเติมว่า BBLAM ให้ความสำคัญกับการนำข้อมูลเชิงลึกและมุมมองการลงทุนจากทีมผู้จัดการกองทุนและพันธมิตร บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกมาประกอบการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา





