สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (21 ส.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจตึงตัวมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 87.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ 0.65% ปิดที่ 94.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 6.39% และ WTI เพิ่มขึ้น 5.66% โดยราคาน้ำมันทั้ง 2 ชนิดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี
ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีความพยายามที่จะกลับมาเปิดการเจรจากันอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรง หากสหรัฐฯ ข่มขู่ครั้งใหม่ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางการเงินที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีเป้าหมายโค่นล้มผู้นำอิหร่าน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรเป็นมาตรการเดียวที่สามารถกดดันอิหร่านให้ยอมทำตามได้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในระยะใกล้อาจมีจำกัด เนื่องจากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถูกจำกัดอย่างหนักจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่การเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการขนส่งทางเรือและการตอบโต้ต่อมาตรการคว่ำบาตร อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงต่ำกว่าระดับปกติมาก
ขณะเดียวกัน ตลาดยังมีการหาเส้นทางและแหล่งน้ำมันอื่นมาทดแทน แม้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีข้อจำกัด โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า นอกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ท่อส่งน้ำมัน การขนส่งทางเรือ น้ำมันจากแหล่งหินดินดานของสหรัฐฯ การฟื้นตัวของเวเนซุเอลา และอุปทานจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ล้วนช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาด
ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับการลดลงอย่างต่อเนื่องของอุปทานจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต
แหล่งข่าวในแวดวงการค้าระบุว่า ข้อเสนอขายน้ำมันดิบของอิหร่านให้แก่ผู้ซื้อในจีนลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังการปิดล้อมของสหรัฐฯ ทำให้การขนส่งน้ำมันของอิหร่านลดลง และตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากการที่สหรัฐฯ อาจประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ 7 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเรือที่แล่นผ่านในวันก่อนหน้า
ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ. ช่องแคบฮอร์มุซรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของอุปทานทั่วโลก ขณะที่สงครามกำลังเข้าสู่เดือนที่ 6 และการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานผ่านเส้นทางดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป
ด้านยูเครนนั้น ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า กองทัพยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในเมืองเพิร์มในช่วงกลางคืน โดยอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนมากกว่า 1,600 กิโลเมตร
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





