Consensus: ส่องหุ้น HANA ขาขึ้น! โบรกฯ อัพเป้า เกาะพอร์ต AI ดันกำไรฟื้นแรง 

โบรกเกอร์ ต่างเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ. ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส [HANA] พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นหลังผลประกอบการไตรมาส 2/69 ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด และส่งสัญญาณผ่านพ้นจุดต่ำสุดรอบ 2 ปี โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69-70 ขึ้น รับปัจจัยหนุนสำคัญจากโมเมนตัมครึ่งปีหลังที่จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการทยอยรับรู้รายได้กลุ่มสินค้า AI ชนิดมาร์จิ้นสูง ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความเย็น Solid-state cooling, แผงวงจร High-density PCBA สำหรับ AI Oscilloscope รวมถึงการร่วมพัฒนา Co-packaged Optics (CPO) รองรับ GPU ขนาด 1.6T ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตในไตรมาส 3/69 และจะเร่งกำลังการผลิตเต็มที่ในไตรมาส 4/69

นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โรงงานอยุธยาและลำพูนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจ Power Master Semiconductor (PMS) และโรงงานในจีนปรับพอร์ตมุ่งสู่ Power Module เฉพาะทาง ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนได้เร็วกว่าคาด 

อย่างไรก็ดี หุ้น HANA ถูกเข้าเกณฑ์ Cash balance มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 ทำให้ราคาหุ้นย่อตัววันนี้วันแรกปิดเที่ยงที่ 45.25 บาท ลดลง 2.50 บาท (-5.24%) หลังวิ่งมาแรงตั้งแต่ 13 ส.ค.จนถึง 21 ส.ค.พุ่ง 33% หรือเพิ่มขึ้น 11.75 บาท

*กรุงศรี มองโตต่อเนื่อง H2/69 รับออเดอร์สินค้าเกี่ยวกับ AI

บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” HANA พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 64.6 บาท จากเดิม 51.7 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราส่วน P/E มุมมองของเราต่อวงจรการเติบโตรอบใหม่ยังคงเดิม เนื่องจากเราเห็นการเติบโตของกำไรสุทธิหลักทั้ง y-y (44%) และ q-q (175%) ในไตรมาส 2/69 

เรามีมุมมองเช่นเดียวกับฝ่ายบริหาร โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 69 กำไรทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 995 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% y-y และ โมเมนตัมการเติบโตจะเร่งตัวขึ้น 44% y-y ใน 70 

มุมมองเชิงบวกจาก conference call โดยถ้อยแถลงจากการประชุมเป็นเชิงบวก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1.บริษัทมองว่าโมเมนตัมการเติบโตของรายได้จะต่อเนื่องไปยังครึ่งหลังปี 69 ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเดิมและส่วนแบ่งรายได้จากสินค้า AI ใหม่จาก Phononic  สำหรับสินค้าเดิม ความต้องการจะฟื้นตัวดีขึ้นอีกในไตรมาส 3/69 และไตรมาส 4/69 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/69 แรงหนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการด้าน AI เป็นปัจจัยหนุนความต้องการของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ซึ่งหลักฐานที่ชัดเจนคือการพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการแนะนำสินค้าใหม่ (NPI) ที่โรงงานอยุธยา การพุ่งขึ้นของ NPI นี้เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตของความต้องการในอนาคตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อัตราการใช้กาลังการผลิตที่โรงงานอยุธยาอยู่ที่ 63% ปรับตัวดีขึ้นจาก 50% ในไตรมาส 1/69 และ 43% ในไตรมาส 4/68 

สำหรับที่โรงงานลำพูน รายได้ฟื้นตัว 7% q-q แรงหนุนจากกลุ่มยานยนต์ อุตสาหกรรม และ คอมพิวเตอร์ โรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตสินค้าเกี่ยวข้องกับ AI ในส่วนของประเทศจีน ธุรกิจ IC กำลังปรับ focal point จากการเป็นผู้ให้บริการ OSAT มาตรฐานไปสู่ผู้เล่นด้าน power module เฉพาะทาง ซึ่งอัตรากำไรในปัจจุบันสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การลดกิจกรรม OSAT ลงและเพิ่มกิจกรรม power module จะต้องใช้เวลาจนถึงปี 70 หลังจากนั้นจึงจะเห็นประโยชน์ที่แท้จริง

2. โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ร่วมกับ Phononic การผลิตชุดประกอบแผงวงจรสำหรับระบบทำความเย็นแบบ solid-state กำลังเร่งกำลังการผลิตขึ้นในไตรมาส 3/69 นี้ หลังจากที่ผ่านการอนุมัติการรับรองสินค้าจากลูกค้า 5 ราย บริษัทระบุว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากต้องรอการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ อีกโครงการหนึ่งกับ Phononic คือสิ่งที่เรียกว่า “Co-packaged Optics (CPO)” ซึ่งเป็นระบบทำความเย็นสำหรับ GPU ขนาด 1.6T

ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและรับรองกระบวนการผลิต โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI อีกโครงการหนึ่งจากลูกค้ารายที่สองเกี่ยวข้องกับการผลิต PCBA ความหนาแน่นสูง สำหรับออสซิลโลสโคปที่ใช้ทดสอบตัวรับส่งสัญญาณขนาด 1.6T สำหรับศูนย์ข้อมูล AI การผลิตได้เริ่มต้นขึ้นในไตรมาส 3/69 กระบวนการเร่งกำลังการผลิตจะดำเนินต่อไปและคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ได้ภายในสิ้นไตรมาส 4/69 

3.เนื่องจากความต้องการที่แข็งแกร่งในสินค้าเดิมและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI บริษัทจึงมีแผนเพิ่มงบลงทุนใน 70 อย่างมีนัยสำคัญ การพุ่งขึ้นของ NPI ใหม่ๆ ที่โรงงานอยุธยา และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโรงงานลำพูนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในการรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของงบลงทุนพุ่งสูงขึ้นในปีหน้า

แนวโน้มจากฝ่ายบริหารมีความสอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งหลังปี 69 ถึงปี 70 ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างแนวโน้มของ HANA และ KCE  คือ HANA ให้เพียงแนวโน้มของรายได้และอัตรากำไรเท่านั้น ในทางกลับกัน แนวโน้มของ KCE นั้นเกี่ยวข้องทั้งแนวโน้มและตัวเลขย่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบว่าเป็นการยากที่จะระบุความแม่นยำของศักยภาพกำไรในไตรมาส 3/69  และ beyond ได้อย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงคงมุมมองเดิมว่า HANA จะรายงานการกลับมาเติบโตของกำไรที่ 23.7% y-y ใน 69 (จากการเติบโตติดลบในปี 68) และเติบโตอีก 44% ในปี 70 ปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่ากำไรในครึ่งแรกปี 69  จะคิดเป็น 30% ของประมาณการทั้งปีของเราก็ตาม

คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ระดับ 64.6 บาท จากเดิม 51.7 บาท เนื่องจากการปรับเพิ่มเป้าหมายอัตราส่วน P/E สู่ระดับ 40x จากเดิม 32x เพื่อสะท้อนการเติบโตของกำไรเฉพาะใน 70  แทนที่จะใช้ค่าเฉลี่ย 3 ปี

*ยูโอบีฯปรับเป้าขึ้นรับกำไรครึ่งปี 69-ปี 71 โตแรง

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ฺ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) แนะนำ”ซื้อ” และได้ปรับเพิ่มเป้าหมายหุ้น HANA จาก 38.00 บาท เป็น 54.00 บาทไปในปี 70

โดยในไตรมาส 2/69 ความสามารถทำกำไรดีขึ้นมาก โดยได้ปรับประมาณการกำไรขึ้นราว 20% หลังจากผ่านพ้นช่วงที่แย่มากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังปี 69 จนถึงปี 71 จะได้รับการสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ PMS , โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และแนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เอื้ออำนวย

โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI จำนวน 2 โครงการยังคงเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตจำนวนมากในไตรมาส 3/69 สำหรับแผน Capex ในปี 71 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทบทวน แต่ผู้บริหารคาดว่า Capex จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ HANA ภายในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่อุปทาน ถึงแม้ว่าวัฏจักรขาขึ้นของกำไรโดยรวมจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแต่ความคิดเห็นของผู้บริหารได้ยืนยันมุมมองเชิงบวกของเราต่อแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งหลังปี 69-71 โดยเฉพาะยอดขายและการพัฒนาของ PMS ที่ช่วยลดผลขาดทุน

คาดว่าผลประกอบการในครึ่งหลังปี 69 จะคิดเป็น 60% ของประมาณการทั้งปี แม้ว่าไตรมาส 2/69 จะออกมาแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ PMS สามารถลดผลขาดทุนได้เร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่เราเชื่อว่าผลประกอบการในครึ่งหลังปี 69 จะได้รับการสนับสนุนจาก

1.แนวโน้มที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริการรับจ้างการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  (EMS) ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับ AI และเกี่ยวกับ AI แม้จะมีการเปลี่ยนไปใช้โมเดลแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey model) ซึ่งควรจะส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้น แต่อัตรากำไรจะลดลง 2.อัตราการใช้กำลังการผลิตที่ปรับตัวดีขึ้นในธุรกิจวงจรรวม (IC) และ 3.การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของยอดขาย PMS  ทั้งสำหรับผลิตภัณฑ์ซิลิคอนคาร์ไบต์ (sc) และ ซิลิคอน (si ) 

ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลขาดทุนในครึ่งหลังปี 69 โดยคาดว่ายอดขาย PMS จะยังคงโตอย่างต่อเนื่อง q-q ในไตรมาส 3/69 ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าฐานยอดขายในไตรมาส 2/69 จะอยู่ในระดับสูงก็ตาม  

นอกจากนี้ HANA ยังคงเพิ่มความพยายามในการทำตลาดทั้งในประเทศอินเดียและเกาหลีซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกในเบื้องต้นแล้ว

*INVX ปรับกำไรขึ้น ปี 69 พุ่ง 64% และปี 70 โต 34%

บล.อินโนเวสท์เอกซ์ ระบุว่า HANA รายงานกําไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 326 ลบ. สูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากยอดขายและอัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าคาด รวมถึงมีการบันทึกกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 53 ลบ. ในไตรมาสนี้ เมื่อหักรายการพิเศษออก กําไรปกติไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 278 ลบ.ยังสูง กว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 143 ลบ. อย่างมีนัยสําคัญ จากรายได้และอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด 

อย่างไรก็ตาม กําไรปกติลดลง 15% YoY จากผลกระทบของความไม่แน่นอนในช่วงที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนําเข้า ทําให้ยอดขายของธุรกิจ PCBA (56% ของยอดขายรวม) ที่มีมาร์จิ้นสูง ปรับตัวลดลง 8% YoY อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นโมเมนตัมที่กลับมาดีขึ้น QoQ เกือบทุกกลุ่มธุรกิจ ทําให้กําไรปกติปรับตัว เพิ่มขึ้น 170% QoQ ทั้งกลุ่มธุรกิจ PCBA และ PMS

คาดกําไรปกติครึ่งหลังปี 69 แข็งแกร่ง YoY เราคาดว่ากําไรปกติของ HANA จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงครึ่งหลังปี 69 จากการเริ่มรับรู้รายได้ของผลิตภัณฑ์ solid-state cooling และผลิตภัณฑ์ highdensity PCBA ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง นอกจากนี้เรายังคาดว่าโรงงาน Ohio จะกลับมามีกําไรในไตรมาส 4/69  โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ

จากการประชมนักวิเคราะห์ ภาพรวมเป็นบวกเล็กน้อยจากการเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับ AI ได้แก่: 1) ผลิตภัณฑ์ solid-state cooling ซึ่งเริ่มผลิตในไตรมาส 3/69 และจะเพิ่มการผลิตเต็มที่ ในไตรมาส 4/69 หลังจากลูกค้าของ Phononic ทั้ง 5 ราย นําสินค้าทดสอบผ่านการรับรองแล้ว และ 2) การผลิต high-density PCBA สําหรับ AI oscilloscope เริ่มผลิตแล้วในไตรมาส 3/69 และคาดว่าจะเร่งกําลัง การผลิตเต็มกําลังภายในช่วงปลาย ไตรมาส 3/69  

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนา co-packaged optics (CPO) ร่วมกับ Phononic ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพและมีความต้องการสูง โดย HANA เชื่อว่ามีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีในการแข่งขัน ขณะที่ธุรกิจ Power Master Semiconductor (PMS) เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ silicon carbide (SiC) และผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง solid-state transformer ที่มีกําหนดเปิดตัวในเดือนก.ย. แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะทองแดง จะปรับตัวสูงขึ้นแต่บริษัทได้ปรับเพิ่มราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบดังกล่าว และตั้งเป้า EBITDA แตะจุดคุ้มทุนในปีหน้า

เราปรับประมาณการกําไรปกติปี 69 เพิ่มขึ้น 25% และ ปี 70 เพิ่มขึ้น 15% เพื่อสะท้อนรายได้และอัตรากําไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด โดยปรับเพิ่มสมมติฐาน อัตรากําไรขั้นต้นเป็น 10.2% (จาก 8.5%) ในปี 69 และ 11.6% (จาก 10.4%) ในปี 70 ส่งผลให้เราคาดว่ากําไรปกติจะเติบโต 64% ในปี 69 และ 34% ในปี 70

เราคาดราคาหุ้น HANA จะได้รับแรงหนุนจากรายได้ใหม่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ AI ทั้งนี้ ปัจจุบันหุ้น HANA ซื้อขายที่ PE ปี 69 ที่ 37 เท่า และปี 70 ที่ 28 เท่า ซึ่งยังตํ่ากว่า Fabrinet (หนึ่งในซัพพลายเออร์หลักของ Phononic) ซึ่งซื้อขายที่ PE 37 เท่า และ DELTA ซึ่งซื้อขายที่ PE ปี 69 สูงถึง 120 เท่า

ดังนั้น เราจึงยังคงคําแนะนํา OUTPERFORM เนื่องจากเราคาดหวังถึง sentiment เชิงบวกจากการเข้าสู่ AI supply chain ของ HANA โดยปรับราคาเป้าหมายกลางปี 70 เป็น 58 บาท (จาก 46 บาท) อิง PE ที่ 34 เท่า (+1.5SD ของ PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) HANA ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และยังอยู่ในกลุ่ม high conviction ของเรา

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร