
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569 พบว่า การจ้างงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (ไตรมาส 2/68) จากการขยายตัวของการจ้างงานทั้งในภาคเกษตรกรรม และนอกภาคเกษตรกรรม โดยสาขาก่อสร้างขยายตัวสูงสุด ทั้งนี้ อัตราการว่างงานรวม อยู่ที่ 0.95% หรือมีผู้ว่างงาน 4 แสนคน ขณะที่ผู้เสมือนว่างงานยังเพิ่มขึ้น 8% และผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 11.3%
ทั้งนี้ มีประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ ดังนี้
1. การบังคับใช้กฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะครอบคลุมสถานประกอบการเกือบ 1.1 แสนแห่ง และลูกจ้างราว 5.7 ล้านคน จึงควรเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้าง และพัฒนาระบบรองรับการดำเนินงาน
2. ความเสี่ยงต่อการจ้างงานในภาคเกษตรจากปรากฏการณ์เอลนีโญ หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปี 2570 อาจกระทบทั้งผลผลิต รายได้ และความต้องการแรงงานภาคเกษตร ทำให้บางส่วนต้องย้ายไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่น
3. การลักลอบประกอบอาชีพสงวนของแรงงานข้ามชาติ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2569 พบแรงงานข้ามชาติทำงานผิดกฎหมาย 3,217 ราย เกือบ 1 ใน 3 เป็นการลักลอบประกอบอาชีพสงวน เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายควบคู่กันไป
*หนี้ครัวเรือน Q1/69 อยู่ที่ 85.9% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แนะปรับมาตรการช่วยลูกหนี้หลุดพ้น NPL

เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยด้วยว่า หนี้ครัวเรือนไตรมาส 1/2569 มีมูลค่ารวม 16.41 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเร่งขึ้น จึงส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไตรมาส 1/69 ลดลงมาอยู่ที่ 85.9% ต่อ GDP จากไตรมาส 4/68 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 86.7% ต่อ GDP ทั้งนี้ แม้หนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน
ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร มีมูลค่า 1.25 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.20% ของสินเชื่อรวม ลดลงจาก 9.59% ของไตรมาสที่ผ่านมา และลดลงในทุกประเภทสินเชื่อ ขณะที่ NPLs ในระบบธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.70 แสนล้านบาท หรือ 3.25% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ดี สัดส่วนสินเชื่อค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) ต่อสินเชื่อรวมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเสี่ยงที่อาจพัฒนาเป็นหนี้เสียในระยะต่อไป
“เครดิตบูโรรายงานว่า สินเชื่อ SMLs มีมูลค่า 5.53 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่อาจพัฒนาเป็น NPLs ในระยะถัดไป จึงควร
ติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนอย่างใกล้ชิด และเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เริ่มมีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้อย่างเหมาะสม” นายดนุชา ระบุ
ทั้งนี้ มีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง คือ
1. ความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ซื้อที่อยู่อาศัย มีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งบัญชี ทั้งนี้ พบว่าในปี 2568 ผู้กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 1 คน มีบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ เฉลี่ย 1.11-1.22 บัญชี แม้ไตรมาส 1/ 2569 จะลดลงเป็น 1.08 บัญชี แต่ยังสะท้อนว่าผู้กู้บางส่วนอาจขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลายหน่วยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต ดังนั้นจึงควรพัฒนาระบบรายงานข้อมูลเครดิตให้มีความถี่มากขึ้น
“ผู้กู้บางส่วน อาจขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลายหน่วยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และมีภาระหนี้เกินความสามารถในการชำระคืน ส่วนหนึ่งเกิดจากสถาบันการเงิน รายงานข้อมูลเครดิตเข้าระบบเป็นรอบ ประมาณเดือนละครั้ง ทำให้ข้อมูลภาระหนี้ล่าสุดยังไม่ปรากฏ และเปิดช่องให้ผู้กู้สามารถยื่นขอสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินได้ในช่วงเวลาเดียวกัน” นายดนุชา กล่าว
2. ลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ ซึ่งจากรายงานของ SCB EIC พบว่า มีเพียง 15% ของลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ขณะที่ส่วนใหญ่อีก 85% ยังคงมีปัญหาในการชำระหนี้ จึงควรปรับสู่การฟื้นฟูลูกหนี้รายบุคคลตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยอาจศึกษาแนวทาง Personal Debtor Rehabilitation Program ของเกาหลีใต้ ที่เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ปรับแผนการชำระหนี้ผ่านกระบวนการศาล และอาจได้รับการยกเว้นหนี้ส่วนที่เหลือ เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
“กว่า 80% เป็นลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ เนื่องจากรายได้ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับเป็นสินเชื่อที่มีค่างวดสูง และระยะเวลาผ่อนชำระคืนสั้น ดังนั้น จึงต้องปรับมาตรการให้มีความเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้รายบุคคล เพื่อให้หลุดพ้นจาก NPL” นายดนุชา ระบุ
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน




