
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ iLaw ออกมาโพสต์กล่าวอ้างพร้อมข้อมูลการโทรศัพท์ สว. อ่างทอง ที่มีการโทรหา 2 พี่น้อง “ปริศนานันทกุล” โดยย้ำว่า ตน และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล และ สส.อ่างทอง รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว. ที่มีการเลือกตั้งในปี 2567
นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนที่ iLaw นำข้อมูลการโทรศัพท์เข้า-ออกของตน ทั้งการรับสายและการโทรออกมาเปิดเผยนั้น ข้อมูลการโทรเข้า-โทรออก ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล หากเป็นบุคคลทั่วไป จะไม่มีใครสามารถที่นำข้อมูลนี้ออกมาได้ จึงต้องตั้งคำถามว่า ข้อมูลหลักฐานที่นำมาเปิดเผย หรือนำมาเป็นหลักฐาน เป็นข้อมูลจริงหรือไม่
“เพราะไม่สามารถบอกได้เลยว่า สิ่งที่เอามาสร้างภาพ มาปะติดปะต่อแบบนี้ เป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลจริง และเป็นข้อมูลลับ ที่ผมยังไม่สามารถจะทำได้เลย ทั้งข้อมูลแบบนี้ จะต้องโทรไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ และใช้เวลาขอพอสมควร เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล” นายภราดร ระบุ
ส่วนข้อมูลดังกล่าว จะได้มาจากการแฮ็กหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า ต้องถามคนที่ได้ข้อมูล ว่าได้มาจากไหน ต้องไปดูที่มาก่อนถึงจะตอบได้ว่าข้อมูลนี้มีหลักฐานแค่ไหน
“ง่าย ๆ ถ้าผมจะทำเดี๋ยวนี้ ก็ทำได้ พิมพ์ชื่อคนโน้นคนนี้ และพิมพ์เวลาใส่เข้าไปใน Excel หรือให้ AI ทำ เดี๋ยวนี้ก็ทำได้ ต้องยืนยันกันให้ได้ก่อน ว่าเป็นข้อมูลจริง หรือเท็จแบบไหน” นายภราดร กล่าว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเท็จจริง กรณีมีผู้สมัคร สว.อ่างทอง โทรศัพท์หาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.67 หลังเลือก สว.เสร็จหรือไม่ ตลอดจนมี สว. 2 คน คือ นายสืบศักดิ์ แววแก้ว และนางคอดียะห์ ทรงงาม ได้โทรหา ซึ่งสังคมอาจสงสัยว่า เมื่อได้รับเลือกเป็น สว. แล้วเหตุใดจึงโทรหานายภราดร เป็นคนแรก ๆ นายภราดร กล่าวว่า ให้เอาข้อมูลมาดูก่อนว่ามีหลักฐานมีคลิปเสียง คลิปภาพหรือวิดีโอเป็นเสียงหรือไม่ พร้อมย้ำว่า คนที่จะยืนยันหลักฐาน คือ คนที่เอาหลักฐานมาเปิดเผย ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหาต้องเป็นผู้ยืนยัน ดังนั้นจึงต้องไปถามคนที่เปิดหลักฐาน
ส่วนที่ iLaw ขู่ว่าจะแฉรายชื่อ สว.เพิ่มเติมอีกนั้น นายภราดร ยิ้มก่อนจะตอบว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ แต่ต้องยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วมาต่อสู้บนข้อมูลที่ถูกต้อง และได้รับการยืนยัน ซึ่งตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการ และให้ความร่วมมือกับกระบวนการ
ส่วนข้อมูลที่เปิดเผย iLaw อ้างว่าได้จากสำนวนการสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อถูกเปิดเผยแล้วจะส่งผลต่อกกต. ในการส่งสำนวนคดีไปที่ศาลหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ยิ่งอาการหนัก เพราะสำนวนการสืบสวนสอบสวนของรัฐ ไม่ควรที่จะถูกเผยแพร่
“ต้องถามไปยังหน่วยงาน ต้องถามไปที่ กกต. ว่าเป็นข้อมูลจาก กกต.หรือไม่ และถ้ามีผู้มีส่วนได้เสีย ก็ต้องถามไปยังผู้ถูกอ้างถึงว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ ถ้าจริงมาพูดกันต่อ ถ้าไม่จริงก็จบ” นายภราดร กล่าว
ส่วนจะทำให้สังคมสิ้นสงสัยในประเด็นดังกล่าวได้อย่างไรนั้น นายภราดร กล่าวว่า คงไม่สามารถไปบังคับใคร หรือบอกใครให้เชื่อได้ เพราะทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เข้มแข็ง และความถูกต้องเท่านั้น ต้องสู้กันบนข้อมูลหลักฐาน
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





