ครม. ยกเครื่องกม.ความรุนแรงในครอบครัว ยอมความไม่ได้ เพิ่มโทษหนัก คุ้มครองเหยื่อทันที

ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ยกเครื่องกฎหมายเดิมให้ทันกับปัญหายุคใหม่ ขยายความรุนแรงครอบคลุมทั้งความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนความผิดเป็น “ยอมความไม่ได้” เพิ่มโทษ และเปิดทางเจ้าหน้าที่สั่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำได้ทันที

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การปรับกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ความรุนแรงในครอบครัวยังเป็นปัญหาที่ต้องเร่งจัดการ โดยข้อมูลปี 2568 ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบเหตุที่ได้รับรายงานแล้ว มากกว่า 2,000 เคส ในจำนวนนี้ประมาณ 20% เกิดจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนทำร้ายกัน ขณะที่มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เพียงปัญหาภายในบ้าน แต่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมหลายด้าน

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการมุ่งปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รวดเร็วขึ้น และทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนและบูรณาการระหว่างหน่วยงานมากขึ้น โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญ ประกอบด้วย

*แก้ไขบทนิยาม

ขยายความหมายของ “ความรุนแรง” ให้มากกว่าการทำร้ายร่างกาย ครอบคลุมการกระทำที่ทำให้เกิดความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ

– ขยายความหมายของ “บุคคลในครอบครัว” ให้ครอบคลุมถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน เพื่อให้การคุ้มครองสอดคล้องกับรูปแบบความสัมพันธ์ในสังคมปัจจุบัน 

*เพิ่มโทษ-ห้ามยอมความ

– ปรับบทลงโทษ โดยเปลี่ยนฐานความผิดเป็น “ความผิดที่ยอมความไม่ได้” กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี จะต้องรับโทษหนักขึ้น

*กำหนดมาตรการคุ้มครอง

– มาตรการสำคัญคือการ “หยุดความรุนแรงให้เร็ว ก่อนเหตุจะบานปลาย” ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำได้ทันที เช่น ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต ไม่ให้ต้องรับผิดทางกฎหมาย

– เปลี่ยนแนวทางจัดการคดี ปรับจากการ “ไกล่เกลี่ย–ยอมความ” มาเป็นการจัดทำ “แผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” ร่วมกัน ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลอาจสั่งยุติคดีได้ แต่หากฝ่าฝืน ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาทันที

– วางระบบติดตามระยะยาว กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้ง ระบบฐานข้อมูลกลางและเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันและติดตามความรุนแรงในครอบครัว พร้อมกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุก 5 ปี เพื่อให้กฎหมายปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ และทำให้ “บ้าน” เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว

“ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำร้ายร่างกาย แต่รวมถึงคำพูดหรือพฤติกรรมที่กระทบกระเทือนจิตใจ ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ถูกคุกคาม หรือไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้หญิง จึงจำเป็นที่สมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัยต้องมีวุฒิภาวะ เข้าใจ และเคารพกันมากขึ้น” รองโฆษกรัฐบาล ระบุ

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน