ฟิลิปปินส์เล็งทุ่มงบปี 70 พัฒนาโดรน-เรือคอร์เวตติดอาวุธปล่อยนำวิถี ยกระดับกองทัพรับมือภัยคุกคามทะเลจีนใต้

กิลเบอร์โต เตโอโดโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ แถลงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (25 ส.ค.) ว่า ฟิลิปปินส์เตรียมขยายขีดความสามารถด้านระบบไร้คนขับ (โดรน) ควบคู่กับการจัดหาเรือคอร์เวตติดอาวุธปล่อยนำวิถีและยุทโธปกรณ์หลัก เพื่อปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและมุ่งเน้นการรับมือภัยคุกคามภายนอก หลังเกิดเหตุเผชิญหน้ากับจีนบ่อยครั้งขึ้นบริเวณเกาะแก่งและโขดหินพิพาทภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาดังกล่าว กระทรวงกลาโหมได้เสนอของบประมาณประจำปี 2570 เพิ่มขึ้น 6.3% จากงบปีปัจจุบันที่ได้รับอนุมัติ 305,500 ล้านเปโซ (ราว 4,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยในจำนวนนี้เป็นงบสำหรับโครงการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย 50,000 ล้านเปโซ (ราว 810.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 25% เพื่อนำมาจัดหาและพัฒนาโดรนเพิ่มเติมจากฝูงบินอากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์ (ISR) ที่ประจำการอยู่เดิม

เตโอโดโรเน้นย้ำว่า นอกจากการจัดหากำลังพลและตัวยุทโธปกรณ์แล้ว หัวใจสำคัญคือการพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง และการสร้างองค์ความรู้เพื่อบูรณาการโดรนเข้ากับการปฏิบัติการจริง อย่างไรก็ดี เตโอโดโรปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อระบบที่กำลังพิจารณา เนื่องจากเป็นข้อมูลชั้นความลับทางทหารและมีความละเอียดอ่อนสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบหรือแทรกแซงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์กำลังประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโดรนกับพันธมิตรหลายประเทศ โดยเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำฟิลิปปินส์ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างเจรจาความร่วมมือในเรื่องนี้ ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรความมั่นคงหลัก ก็เพิ่งส่งมอบยานผิวน้ำไร้คนขับพลังงานแสงอาทิตย์ (USV) จำนวน 4 ลำ ให้แก่กองทัพฟิลิปปินส์เพื่อเสริมภารกิจเฝ้าตรวจทางทะเลเช่นกัน

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด