
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงต่อเนื่องจากวานนี้ หลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการทำข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานเพื่อสร้างเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันถูกกดดันจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่าน โดยสหรัฐหันมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเศรษฐกิจอิหร่าน และเตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำยังสถานทูตต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 19.13 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลบ 1.75 ดอลลาร์ หรือ 2.11% สู่ระดับ 80.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลบ 2.06 ดอลลาร์ หรือ 2.33% สู่ระดับ 86.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปากีสถานรายงานว่ามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจาที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านและโอมานกำลังหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว ซึ่งจะปูทางไปสู่การจัดทำข้อตกลงถาวรสำหรับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ
นายบาดร์ อัล-บูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ระบุว่า “การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต และแนวทางแก้ไขอย่างถาวร จะมีการดำเนินการต่อไปตามลำดับ โดยจะมีการหารือกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนสันติภาพและความร่วมมือ เสถียรภาพ และเสรีภาพในการเดินเรือ”
ด้านนายแดน โคตส์เวิร์ธ หัวหน้าฝ่ายตลาดของ AJ Bell กล่าวว่า “มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่านมีความรุนแรงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้” พร้อมเสริมว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยให้ตลาดกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง หลังจากพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายเปาโล บร็อกการ์โด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BankPro กล่าวว่า การที่สหรัฐหลีกเลี่ยงการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ได้ช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ





