นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าไซด์เวย์อัพ โดยมี Sentiment หนุนจากการรายงานงบฯของ NVDIA ที่ออกมาดีกว่าคาด ช่วยหนุนต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องดันดัชนีได้ แม้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ และตลาดยังมีความกังวล Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับตัวเลข PCE สหรัฐเมื่อคืนนี้รายงานออกมาตามคาด ทำให้ยังมองภาพเงินเฟ้อไม่ได้ลดลงเร็ว พร้อมให้แนวต้าน 1,610-1,615 จุด แนวรับ 1,590-1,595
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม, IAA กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ [SET.X] คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ โดยที่มี Sentiment บวกจากรายงานผลการดำเนินงานของ NVDIA เมื่อคืนนี้ออกมาดีกว่าคาดและฟื้นตัวขึ้น ทำให้จะเป็นปัจจัยที่เข้ามาหนุนต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องและช่วยดันดัชนีได้ แม้ว่ายังไม่มีปัจจัยบวกใหม่อื่นๆ เข้ามา
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลอยู่บ้างกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ที่ยังอยู่ในระดับสูง และตัวเลข PCE ที่ออกมาเมื่อคืนนี้ก็ยังเป็นไปตามคาด ทำให้ตลาดยังมองภาพของการที่เงินเฟ้อยังไม่ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยที่กดดันต่อตลาดหุ้นอยู่บ้าง โดยให้แนวต้าน 1,610-1,615 จุด แนวรับ 1,590-1,595 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (26 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,463.88 จุด ลดลง 113.52 จุด หรือ -0.21% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,675.70 จุด ลดลง 1.58 จุด หรือ -0.02% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,130.20 จุด ลดลง 21.10 จุด หรือ -0.08%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 66,775.78 จุด เพิ่มขึ้น 513.62 จุด หรือ +0.78% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,774.87 จุด เพิ่มขึ้น 121.90 จุด หรือ +0.48% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,911.89 จุด ลดลง 0.63 จุด หรือ -0.02% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.48%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (26 ส.ค. ) 1,601.92 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด (+0.37%) มูลค่าซื้อขาย 71,659.69 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (26 ส.ค.) 707.63 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. (26 ส.ค.) ลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 82.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 ส.ค.) อยู่ที่ 13.02 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 32.81 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯสูงกว่าค่า
– ‘อนุทิน’ เล็งนัด รมต.-สส. พรรคร่วมรัฐบาลล้อมวงคุย ก่อนสู้ศึกซักฟอก ซัดคนปล่อยสำนวนคดีฮั้วสว. เจตนาไม่ดีกับรัฐบาล ต้องดำเนินคดีเต็มที่ ‘พิพัฒน์’ ป้องลูกชาย เชื่อ ‘ชลัฐ’ ไม่เกี่ยว ขู่ฟ้องกลับ ‘เท้ง’ฉะแผนฟ้องปิดปาก คนเปิดข้อมูล สภาชำแหละพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นายกฯ แจงจำเป็นต้องแก้วิกฤตเศรษฐกิจ ยันคุ้มค่า-โปร่งใส-ตรวจสอบได้
– เปิดฉากไทยแลนด์โฟกัส 2026 “เอกนิติ” ดึงการลงทุนขับเคลื่อนตลาดทุนไทย 3 มิติ เดินหน้าโครงการทิสา ใช้ “จั๊มพ์พลัส” ร่วมมาตรการ “พี่ช่วยน้อง” ยกระดับ บจ. และ เอสเอ็มอี ด้าน ตลท. หวังดึงนักลงทุนสถาบันทั่วโลก เผยปีนี้ฟอร์มเด่นบวกเกือบ 30% “ฟันโฟลว์” ไหลเข้า 7 หมื่นล้าน “ต่างชาติ” เปลี่ยนโหมดจาก “จับตา” เป็น “ลงทุนจริง” เล็งจับมือทำดัชนี 60 : 40 ผ่านอีทีเอฟ คาดหวังดัชนีหุ้นไทยจะแตะระดับ 2,000 จุดภายในปีนี้
– กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 1% ชี้ “เศรษฐกิจไทย” ฟื้นต่ำและไม่ทั่วถึง ลดดอกเบี้ยต่ออาจแต่ “ได้ไม่คุ้มเสีย” เหตุการส่งผ่านนโยบาย จ่อออกมาตรการการเงินเฉพาะจุด “เติมเงิน-ลดต้นทุน-ลดความเสี่ยงเครดิต” เปิดทางสินเชื่อช่วยครัวเรือนรายได้น้อยและกลุ่มเอสเอ็มอีพร้อมปรับโครงสร้าง 3 ผู้บริหาร ธปท.
– “สิริพงศ์” เร่งเคลียร์ปมหลัง “เอเชีย เอรา วัน” ยื่นหนังสือรอบ 2 ขอยุติสัญญาไฮสปีด 3 สนามบินเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ โยน รฟท.เจรจาชี้ขาดวันพฤหัสบดีนี้ ย้ำรักษาประโยชน์ประชาชน เตรียมพร้อมแผน สำรองหากเอกชนหยุดเดินรถ
– บีโอไอ เผยการดึงดูดการลงทุนจากนี้ไป จะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ “รุก ลึก เร็ว” โดยแบ่งเป็น 1.กลยุทธ์รุกนอกจากการปักหมุด 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ 1.อุตสาหกรรม Bio และ Green Industry 2.ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 3.เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ 4.การเป็นศูนย์กลางสำนักงานภูมิภาคแล้ว ประเทศไทย ต้องมีเครื่องมือใหม่ๆ เนื่องจากกติกาภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax) จะทำให้มาตรการทางภาษีแบบเดิมมีความสำคัญน้อยลง
*หุ้นเด่นวันนี้
– PTG (ฟิลลิป) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท ปัจจัยภายนอกช่วยหนุนการฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงจากสัญญาณคลี่คลายสงครามตะวันออกกลาง ช่วยหนุนค่าการตลาด ขณะที่ฤดูท่องเที่ยวปลายปีและโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 หนุนธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทย จะช่วยหนุนผลประกอบการครึ่งปีหลัง ทั้งนี้แม้มีการปรับกำไรลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ราคาหุ้นสะท้อนลบไปมากแล้ว และมี upside ในการเก็งกำไรระยะสั้น
– HANA (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 64.60 บาท ผลบวก CAPEX cycle โลกที่เร่งขึ้นต่อ และเป็นบวกต่อ HANA ที่เริ่มขายสินค้า AI หนุนช่วงครึ่งปีหลังนี้ฟื้นแรง และมีโอกาส Upside คาดกำไรปี 69 โต 23.7% และโต 44% ในปี 70 หุ้นซื้อขาย PER27F ราว 28.4 เท่า หากเทียบการเติบโต PEG ต่ำราว 0.6 เท่า
– GULF (กสิกรไทย) เป้าพื้นฐาน 79.00 บาท ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center/AI เติบโตสูง ตั้งเป๋า Direct PPA 2-3GW และพัฒนา Data Center มากกว่า 10 โครงการ โดยใน 2-3 ปีข้างหน้า GULF จะมีกำลังผลิต Solar/Wind/ESS รวมราว 2GW ขณะที่ PDP2026 คาดได้ข้อสรุปใน 2-3 เดือน และอาจเพิ่มกำลังผลิตทั้ง Renewable และ Gas-fired power อย่างมินัยสำคัญ คงมุมมองบวกจากโอกาสเติบโตใหม่ทั้งพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน





