
กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนในเดือนก.ค. ขยายตัว 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งลดลงจากระดับ 15.1% ในเดือนมิ.ย. และเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการเติบโตของกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ขณะที่กลุ่มที่พึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
ตัวเลขเดือนก.ค. ส่งผลให้อัตราการเติบโตของกำไรรวมในช่วง 7 เดือนแรก ชะลอตัวมาอยู่ที่ 17.6% ลดลงจาก 18.7% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เผยว่า บริษัทภาคอุตสาหกรรมที่มีรายได้จากธุรกิจหลักอย่างน้อย 20 ล้านหยวนต่อปี (ประมาณ 2.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีกำไรรวมกันแตะ 4.58 ล้านล้านหยวน ในช่วงเดือนม.ค.-ก.ค.
ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นหัวหอกในการดันกำไรขยายตัวในช่วง 7 เดือนแรก ได้แก่ ภาคการผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 110% ตามมาด้วยภาคการถลุงและการแปรรูปโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่เติบโต 91.8%
กลุ่มการผลิตไฟเบอร์ออปติกพุ่งสูงขึ้นถึง 468.4% ขณะที่การผลิตสายเคเบิลออปติกเติบโต 62.6% และการผลิตอุปกรณ์ระบบสื่อสารเพิ่มขึ้น 55.0% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ตรงกันข้ามกับกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ โดยความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาเริ่มส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่ถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับความไม่แน่นอนภายนอก ทั้งความตึงเครียดทางการค้าและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





