
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไปตลอดทั้งปีนี้ โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน พร้อมเชื่อว่า กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2570 เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้า จะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลง หลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง
“นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอ ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทย ที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน” บทวิเคราะห์ระบุ
ทั้งนี้ การลดอัตราดอกเบี้ย อาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุด จึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
ขณะที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
“อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทย ไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริง โดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทย ยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย” บทวิเคราะห์ ระบุ
อนึ่ง การประชุม กนง. รอบล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลาย สนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง ด้านครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังเปราะบาง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาด แต่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยด้านอุปทาน
กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันมีความเหมาะสม การลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบัน อาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด ในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย และธุรกิจ SMEs
พร้อมกันนี้ กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
โดยในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงเงินเฟ้อ
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน




