ฝนถล่มภาคกลางญี่ปุ่น เตือนภัยระดับสูงสุด เร่ง 1.8 แสนคนอพยพ

เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางตอนกลางของญี่ปุ่นในวันนี้ (27 ส.ค.) ส่งผลให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน รถยนต์หลายคันจมมิดอยู่ใต้น้ำ และมีรายงานแจ้งขอความช่วยเหลือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ต้องประกาศเตือนภัยพิเศษฝนตกหนักขั้นสูงสุด “ระดับ 5” ในจังหวัดอิชิกาวะและจังหวัดโทยามะ พร้อมเตือนประชาชนให้เร่งอพยพหรือดำเนินการทันทีเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

การประกาศเตือนภัยระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด บ่งชี้ว่าภัยพิบัติร้ายแรงกำลังเกิดขึ้นหรือใกล้จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยครอบคลุม 5 เทศบาล ได้แก่ เมืองฮิมิ ในจังหวัดโทยามะ รวมถึงเมืองฮาคุอิ เมืองชิกะ เมืองโฮดัตสึชิมิซุ และเมืองนากาโนโตะ ในจังหวัดอิชิกาวะ ขณะที่ทางการได้เตือนให้ประชาชนราว 180,000 คนในพื้นที่ดังกล่าวปฏิบัติตามคำแนะนำการอพยพของหน่วยงานท้องถิ่น และเฝ้าระวังอันตรายจากดินถล่มอย่างใกล้ชิด

ที่เมืองฮิมิ จังหวัดโทยามะ สมาชิกหน่วยอาสาสมัครดับเพลิงท้องถิ่นรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวเกียวโดทางโทรศัพท์ว่า แม่น้ำในพื้นที่เอ่อล้นตลิ่งจนส่งผลให้รถยนต์หลายคันจมอยู่ใต้น้ำ ส่วนทางการจังหวัดอิชิกาวะระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำนักงานอุตุฯ รายงานว่า ในช่วง 12 ชั่วโมงจนถึงเวลา 07.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ปริมาณฝนสะสมที่เมืองฮิมิและเมืองฮาคุอิพุ่งสูงกว่า 300 มิลลิเมตร ส่วนเมืองโฮดัตสึชิมิซุเกินกว่า 200 มิลลิเมตร ซึ่งทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแต่ละพื้นที่

สภาพอากาศนี้เกิดจากแนวปะทะอากาศที่ทอดยาวจากทะเลญี่ปุ่นพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทางใต้ต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ (28 ส.ค.) ประกอบกับมวลอากาศเย็นและร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้สภาพบรรยากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง

สำนักงานอุตุฯ พยากรณ์ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงวันศุกร์ ภูมิภาคโฮคุริคุจะมีปริมาณฝนตกสะสมสูงถึง 200 มิลลิเมตร ขณะที่ภูมิภาคคันโต-โคชิน และภูมิภาคโทไก อาจมีฝนตกสะสมถึง 150 มิลลิเมตร นอกจากนี้ สภาพฝนตกหนักยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังจังหวัดนีงาตะที่อยู่ติดกันด้วย

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือน ทางการญี่ปุ่นเพิ่งประกาศเตือนภัยระดับ 5 ในบางพื้นที่ของจังหวัดชิบะ ใกล้กับกรุงโตเกียว หลังเผชิญฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไป 13 ราย และมีรถยนต์ถูกน้ำท่วมจนต้องจอดทิ้งไว้บนถนนทั่วทั้งจังหวัดราว 2,500 คัน

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข