เนปาล-จีนเตือนภัยน้ำท่วมซ้ำ หลังพบทะเลสาบก่อตัวใหม่เสี่ยงแตกซ้ำเติมเหตุดินถล่ม

เนปาลและจีนออกประกาศเตือนในวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ถึงความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมครั้งใหม่ในภูมิภาคหิมาลัย หลังพบทะเลสาบกั้นเขื่อนที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งสองฝั่งชายแดนมีระดับน้ำสูงขึ้นและเสี่ยงแตก ซ้ำเติมพื้นที่ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตน้้ำท่วมใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 362 ราย และมีผู้สูญหายเกือบ 1,000 ราย

ทั้งสองประเทศระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าวเกิดจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง ซึ่งได้พัดเอาหิน น้ำแข็ง โคลน และเศษซากต่าง ๆ ไหลลงสู่ระบบแม่น้ำในพื้นที่ภูเขา ขณะที่หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเตือนว่า ทะเลสาบกั้นเขื่อนที่เกิดขึ้นจากการที่เศษซากวัตถุปิดกั้นลำน้ำบริเวณจุดเกิดเหตุน้ำท่วมกำลังมีระดับน้ำสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะแตกออก

ทั้งนี้ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเศษซากความเสียหายตามหุบเขาและแนวเทือกเขา หลังเหตุการณ์มวลน้ำซัดถล่มพื้นที่ชายแดนของเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.)

หน่วยงานได้ขอให้ประชาชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำตอนล่าง ผู้เดินทางสัญจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติภารกิจ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยห่างจากฝั่งแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยง

ขณะเดียวกัน ทางการจีนเตือนว่า มวลน้ำราว 3 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ อาจไหลเข้าสู่ทะเลสาบกั้นเขื่อนทางฝั่งชายแดนของจีนในอีก 3 วันข้างหน้า ซึ่งสร้างความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการพังทลาย โดยคาดว่ามวลน้ำจะขึ้นสูงสุดราววันที่ 1 ก.ย.

สถานีโทรทัศน์ CGTN ของรัฐบาลจีนรายงานว่า ทีมกู้ภัยของจีนสามารถบันทึกภาพถ่ายทางอากาศของการก่อตัวของทะเลสาบกั้นเขื่อนดังกล่าวได้เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนว่า ปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของสถานการณ์ให้รุนแรงยิ่งขึ้น

จู จินเฟิง นักวิจัยจากกรมอุทกวิทยา กระทรวงทรัพยากรน้ำ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนว่า “ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน”

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/ปนัยดา ปัทมโกวิท