ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด-ส่งออกไทยดีเกินคาดหนุน

นักวิเคราะห์ฯ ประเมินหุ้นไทยแกว่งตัวรอติดตามถ้อยแถลงประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Jackson Hole คืนนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ตัวเลขส่งออกขยายตัวดีเกินคาด นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และอาหารสัตว์เลี้ยง หนุนเป็นตัวเลือกเก็งกำไรระยะสั้น ให้แนวรับไว้ที่ 1,590 จุด และแนวต้านที่ 1,610 จุด

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ, IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่า ดัชนีจะยังคงแกว่งตัวในกรอบ เนื่องจากตลาดกำลังรอคอยปัจจัยสำคัญในคืนนี้ ซึ่งจะมีการกล่าวถ้อยแถลงของของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุม Jackson Hole

สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ผลประกอบการและมุมมองที่ออกมาดีของ Nvidia ได้ถูกรับรู้ไปในราคาหุ้นฝั่งเอเชียแล้วในระดับหนึ่ง ขณะที่ระยะสั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) สหรัฐฯ ที่ขยับขึ้นในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มลดความเสี่ยงและมีความกังวลว่าถ้อยแถลงในการประชุม Jackson Hole อาจออกมาในโทน Hawkish หรือเข้มงวดทางนโยบายการเงิน ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดคาดการณ์ว่าเฟดยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงปลายปี แต่น้ำหนักการลงทุนยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ประกาศล่าสุดออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวลงบ้างจากปัจจัยฐานสูงในปีก่อน อย่างไรก็ดี ยอดการนำเข้ายังคงปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้ดุลการค้าภาพรวมยังคงขาดดุล

เมื่อพิจารณารายละเอียดของตัวเลขภาคการส่งออก พบว่ากลุ่มที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับ AI และ Data Center รวมถึงกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ยางพารา ไก่ และอาหารสัตว์เลี้ยง จึงแนะนำเป็นโอกาสในการเข้าเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าว

ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงมาบ้าง ลดความเสี่ยงก่อนการประชุมคืนนี้ โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,590 จุด และแนวต้านที่ 1,610 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (27 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่   53,569.44 จุด เพิ่มขึ้น 105.56 จุด หรือ +0.20%  , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,730.99 จุด เพิ่มขึ้น 55.29 จุด หรือ +0.72%   และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,541.35 จุด เพิ่มขึ้น 411.16 จุด หรือ +1.57% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 66,104.49 จุด ลดลง 27.49 จุด หรือ -0.04%   ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,410.46 จุด ลดลง 155.28 จุด หรือ -0.61%  และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,950.24 จุด ลดลง 6.33 จุด หรือ -0.16% [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวลง 1.6%  

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (27 ส.ค. )1,600.70 จุด ลดลง 1.22 จุด (-0.08%) มูลค่าซื้อขาย 65,274.44    ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (27  ส.ค.)  5,447.95  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. (27  ส.ค.) เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ 1.58% ปิดที่ 83.53  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (27 ส.ค.) อยู่ที่ 10.49  ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.89/90 ตลาดจับตาถ้อยแถลงปธ.เฟด-ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ คาดกรอบววันนี้ 32.80-32.95  

– กระทรวงพาณิชย์เผยเดือน ก.ค.69 การส่งออกมีมูลค่า 34,789.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.128 ล้านล้านบาท ขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบเดือน ก.ค.68 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 38,399.6 ล้านเหรียญฯ หรือ 1.262 ล้านล้านบาท ขยายตัว 36.7% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3,610.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 133,132 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ปี 69 การส่งออกมีมูลค่า 231,531 ล้านเหรียญฯ หรือ 7.350 ล้านล้านบาท ขยายตัว 18.2% ส่วนการนำเข้า 266,885.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 8.586 ล้านล้านบาท ขยายตัว 37.8% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 35,354.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 1.236 ล้านล้านบาท 

– “สภาพัฒน์” ชี้เอกชนลงทุนพุ่งสูงสุดรอบ 14 ปี จากหลายอุตสาหกรรม ชงรัฐบาลเร่งปรับยุทธศาสตร์ Data Center หนุน AI Champion สกพอ.กางแผนยุทธศาสตร์ดึงอุตสาหกรรม “โอลิมปิก” ชี้โอกาส Data Center เหลือเพียง 2-3 ปี BOI ลุยยกระดับลงทุนไทย “Thailand Fast Pass” ดันลงทุนจริง 2 แสนล้าน “คลัง” ดึงเอกชนหนุนลงทุนแก้พื้นที่การคลังจำกัด 

– คลังแตะเบรกนโยบายเก็บภาษีทองคำ หวั่นกระทบขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ เบนเข็มลุยปราบทุนสีเทา-บัญชีม้าฟอกเงิน ดึงร้านทองรายย่อย 8,000 แห่งทั่วประเทศเชื่อมฐานข้อมูล Connect the Dots ผ่านแพลตฟอร์ม Centralized AML Intelligence เช็กบิลธุรกรรมผิดปกติ ปูทางดันตลาดทองไทยสู่ยุทธศาสตร์ชาติ (Gold Hub) 

– กบข.โชว์ผลตอบแทนลงทุนจากต้นปี 69 อยู่ที่ 8.08% มั่นใจปี 69 มีโอกาสพุ่งระดับเลข “สองหลัก” เผยตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากสมาชิกฯ เลือกเข้าลงทุนเพิ่ม รับแผนหุ้นไทยที่ทำกำไรสูงกว่า 34.69%ย้ำตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยพื้นฐานหนุน หลังลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 2 โต 14% พร้อมแนะสมาชิกกระจายลงทุนรับความผันผวน 

– “เฟทโก้” ชี้ “ตลาดทุนไทย” กำลังสำคัญหนุน “การลงทุนรอบใหม่” ในรอบ 40 ปี หลังเศรษฐกิจติดกับดักหนี้สูง ปลดล็อกลงทุนสู่ 30% ต่อจีดีพี ย้ำรัฐบาลต้องเร่งขับเคลื่อน 2 เป้าหมาย “การออม-ผลิตภาพ” หนุน “ยุทธศาสตร์การออม” ชูแนวทางผลักดัน “ทิสา-กบช.-ยกระดับมาตรฐานสู่ตลาดทุนพัฒนาแล้ว” สร้างความมั่งคั่งให้คนไทย 40 ล้านคน 

– รัฐบาลย้ำหลังสภาไฟเขียว “พ.ร.ก.กู้เงิน” เดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยันไม่กู้มากอง-ไม่ตีเช็คเปล่า ประชาชนได้ประโยชน์จริง กระทุ้ง 31 ส.ค. วันสุดท้ายยื่นทบทวนสิทธิบัตรคนจนยังมี 4.5 ล้านรายไม่อุทธรณ์ แนะยื่นคำขอก่อน-แก้ไขข้อมูลผ่าน OSS ได้ถึง 20 ก.ย. 

*หุ้นเด่นวันนี้

KCE (กรุงศรี) “ซื้อ”  ราคาเป้าหมาย 68 บาท 1) สัญญาณยอดส่งออกครึ่งหลังของปียังเร่ง หนุนภาพ KCE ช่วง 2H26F-2027F เร่งทั้งปริมาณ, ราคาขาย, มาร์จิ้น 2) เราคาดกำไรปี 2569-2570  ขยายตัว 60.9% และ 49.6% สอดรับ Premium Valuation 3) Upside Hyper-scaler เร่งลงทุน จากคาดการณ์รายได้ปีบัญชี 2571  (ก.พ. 70 – ม.ค. 71) NVIDIA +70% ทาให้ซัพพลายชิ้นส่วนฯตึงตัวต่อ

-ITC (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท แนวโน้ม 2H26 แข็งแกร่ง บริษัทเพิ่มเป้ารายได้ปี 2569 โต 17-20% YoY คาดกำไรไตรมาส 3/69 โตทั้ง q-q และ y-y และพีคในไตรมาส 4/69 จากฤดูกาล ขณะที่การขึ้นราคาสินค้าและนโยบาย Cost-plus ช่วยหนุน Margin คาดกำไรสุทธิปี 2569-2570 ที่ 3.53 พันลบ.  +19%y-y และ 3.93 พันลบ. +11% y-y ตามลำดับ และมี Upside จากดีล M&A ในจีนและสหรัฐฯ ส่วน Valuation ยังน่าสนใจ เทรด 2026-27PER เพียง 15x/13x และให้ Dividend Yield ราว 5%ต่อปี

-STA (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 26.00 บาท 2H69 ยางธรรมชาติยังแข็งแกร่ง: STA คงเป้ายอดขาย 1.5 ล้านตัน, ASP ไตรมาส 3/69 ที่ US$2.2-2.3/hg และ GPM 8-9% โดยไตรมาส 4/69 มีโอกาสฟื้นจาก EUDR และดีมานด์ส่งออกที่ดีขึ้น ราคายางได้แรงหนุนจาก Supply ตึงตัว: ฝนในไทยกดอุปทานเดือน ส.ค.ราว -20%MoM และผลผลิตอินโดนีเซียคาด *-25% YoY หนุน STA ซึ่งมี TSR เป็นสัดส่วนหลัก ปรับกำไรขึ้นแรงและคง”ซือ้” เพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-71 ขึ้น 40%/16%/17% เป็น 3.5/3.4/3.7 พันลบ. และปรับ TP กลางปี 2570 ขึ้นเป็น 26.00 บาท จาก 2190 บาท 

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน