“วอลเลอร์” หนุนเฟดคงดอกเบี้ยเดือนนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อไม่สูงกว่าคาด

ทั้งนี้ ในการแสดงความเห็นที่แตกต่างจากนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายวอลเลอร์แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยกล่าวว่า ภาษีนำเข้ามีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบไม่มากนัก และราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ

แม้ยอมรับว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่นายวอลเลอร์ก็ชี้ว่า แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา “แสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเรากำลังเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างของการชะลอตัวของเงินเฟ้อ”

“หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะออกมายังคงเป็นไปในทิศทางนี้ ผมก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน” นายวอลเลอร์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์

รายงานเงินเฟ้อสำคัญอีกสองชุดที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุมในวันที่ 15-16 กันยายน คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ดี นายวอลเลอร์กล่าวว่า หากมีสัญญาณใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างนี้จนถึงการประชุมในเดือนนี้ เขาก็อาจเปลี่ยนจุดยืนได้

“ผมประเมินว่าในขณะนี้นโยบายการเงินกำลังจำกัดอุปสงค์โดยรวมเพียงเล็กน้อย และหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น แม้ไม่เร่งตัวขึ้นมากนัก ก็อาจทำให้ผมเปลี่ยนมาสนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้”

“หากมีหลักฐานว่า ตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนสิงหาคมบ่งชี้ว่าเฟดไม่มีความคืบหน้าในการผลักดันเงินเฟ้อไปสู่เป้าหมาย 2% เราก็จะปรับจุดยืนเพื่อให้มั่นใจว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อไป” นายวอลเลอร์กล่าว

นายวอลเลอร์แสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนายวอร์ชกล่าวในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนที่อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ผมเห็นว่าแนวโน้มพื้นฐานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

นายวอร์ชกล่าวเพิ่มเติมว่า หากแนวโน้มต่าง ๆ ไม่เป็นไปในทิศทางที่คาดไว้ “เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ”

แม้ว่าคำกล่าวดังกล่าวแทบไม่แตกต่างจากจุดยืนก่อนหน้านี้ของนายวอร์ช แต่ตลาดตีความว่าเป็นการสัญญาณที่เข้มงวดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย และคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ