โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในเมืองจีซาน ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีในวันจันทร์ (7 ก.ย.) และทางบริษัทกำลังประเมินความเสียหาย ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้
จีซานเป็นเมืองอุตสาหกรรมของซาอุดีอาระเบียที่อยู่ใกล้กับชายแดนเยเมน และเคยถูกกลุ่มฮูตีโจมตีมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ เมืองจีซานเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันขนาด 400,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
เหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากกลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นจาซานของซาอุดี อารัมโก เมื่อวันที่ 9 ส.ค. โดยอามิน นัสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซาอุดี อารัมโก เปิดเผยว่า การถูกโจมตีในครั้งนั้นทำให้การกลั่นจาซานหยุดชะงักชั่วคราว แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานหรือทางการเงิน
กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้จุดชนวนความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียขึ้นมาอีกครั้งนับตั้งแต่ประกาศปิดล้อมท่าเรือทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียในเดือนก.ค. และได้ส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานหลายครั้งในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือสินค้าและเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ
ทั้งนี้ เยเมนตกอยู่ในความขัดแย้งนับตั้งแต่ปลายปี 2557 เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งกรุงซานา ซึ่งเป็นเมืองหลวง กระทั่งในปี 2558 กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียได้เข้ามาแทรกแซงทางทหาร เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
ต่อมา สหประชาชาติได้เข้าไกล่เกลี่ยจนมีการบรรลุข้อตกลงพักรบในเดือนเม.ย. 2565 และข้อตกลงได้สิ้นสุดลงในอีก 6 เดือนต่อมาโดยไม่มีการต่ออายุอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี การหยุดยิงโดยพฤตินัยที่เปราะบางยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่สถานการณ์จะกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





