ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันจันทร์ (7 ก.ย.) ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และบดบังข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนที่ออกมาดีกว่าคาด
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.90 จุด เพิ่มขึ้น 0.02 จุด หรือ +0.00%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,306.15 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือ +0.33%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,006.53 จุด ลดลง 39.87 จุด หรือ -0.15%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,822.13 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.08%
ดัชนีตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ลดลง 0.8% โดย Novartis ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่และมีน้ำหนักสูงในดัชนี ร่วงลง 3.2% หลังยาลดคอเลสเตอรอลของบริษัทไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษาวิจัยที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด
ดัชนี DAX ของเยอรมนีลดลง 0.2% หลังจากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรค AfD ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของเยอรมนี คว้าชัยในการเลือกตั้งระดับรัฐที่แซกโซนี-อันฮัลท์ด้วยคะแนนเสียง 44% ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า AfD จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐได้หรือไม่ เนื่องจากพรรคไม่ได้รับเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด โดยพรรคมีนโยบายสนับสนุนการควบคุมคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น การกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซีย การลดการสนับสนุนยูเครน และการถอนตัวออกจากยูโรโซน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของ AfD ในแซกโซนี-อันฮัลท์ส่งผลให้ดัชนี DAX ปรับตัวลง แต่การตอบสนองที่ค่อนข้างจำกัดของตลาดบ่งชี้ว่า นักลงทุนมองผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนทางการเมือง มากกว่าจะเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในทันที
ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า ขณะที่ดัชนีหุ้นฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น 0.3% ในวันจันทร์
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 1.2% ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ และขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลมากขึ้น หลังการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มความวิตกว่าการหยุดชะงักของอุปทานอาจยืดเยื้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจช่วยสนับสนุนแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีในเดือนก.ย. ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทั้งสองตัวเลขสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ (7 ก.ย.) เนื่องในวันแรงงาน
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับเพิ่มแรงสนับสนุนให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพิ่มเติม
ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้รับความสนใจ หลังรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.นี้
Deutsche Bank คาดการณ์ในขณะนี้ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธ.ค. หลังจากการปรับขึ้นในเดือนก.ย.
แม้เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมากนัก แต่บรรดานักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และจะปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในปี 2570
สำหรับหุ้นรายตัวอื่น ๆ หุ้น Lottomatica ของอิตาลีปรับตัวขึ้น 7.7% หลังบริษัทพนันแห่งนี้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การควบรวมกิจการที่เสนอร่วมกับ Cirsa ของสเปนจะช่วยเพิ่มธุรกิจออนไลน์ของบริษัทได้อย่างไร ขณะที่หุ้น Cirsa ปรับตัวขึ้น 6.1%
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





