ศาลปกครองกลางพิพากษาให้กรมประมงเร่งดำเนินการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ หรือปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปี 2567-2570 และมาตรการที่จำเป็นอื่น โดยให้ดำเนินการภายใน 180 วัน
ศาลวินิจฉัยว่า กรมประมงเคยอนุญาตให้นำปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น เข้ามาในประเทศเพื่อการวิจัยเมื่อปี 2553 ทั้งที่ทราบถึงความเสี่ยงว่าอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นเมือง แต่หลังอนุญาตแล้วกลับไม่ปรากฏการติดตาม ตรวจสอบ หรือควบคุมการศึกษาวิจัยว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จึงเห็นว่าการไม่ดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายละเลยหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามกฎหมายประมงที่ใช้บังคับในขณะนั้น
นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่งให้ รมว.มหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามประกาศพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อัมพวา เมืองสมุทรสงคราม และบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินภายใน 90 วันนับแต่คดีถึงที่สุด เพื่อเปิดทางช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของรัฐ
ที่มาของคดีนี้นายณัฐพร หลักแหลม และประชาชนรวม 54 คน ยื่นฟ้องกรมประมงและหน่วยงานรัฐรวม 18 ราย จากปัญหาปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้รับผลกระทบต่ออาชีพและระบบนิเวศในพื้นที่ โดยปลาหมอคางดำเริ่มเป็นปัญหาการแพร่ระบาดในช่วงปี 2555-2559 หลังมีการอนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อการวิจัย ก่อนที่ภาครัฐจะจัดทำมาตรการเร่งด่วนและแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาระยะปี 2567-2570
แม้ศาลรับฟังว่ามาตรการของกรมประมงส่งผลให้แนวโน้มความชุกชุมของปลาหมอคางดำลดลงในหลายพื้นที่ แต่เห็นว่าการดำเนินงานยังเป็นเพียงผลสำเร็จในเบื้องต้น เพราะการระบาดยังไม่สิ้นสุด และมาตรการตามแผนยังไม่ได้ดำเนินการครบถ้วน
ส่วนคำขอในการเรียกค่าเสียหายจาก บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และผู้เกี่ยวข้องนั้น ศาลไม่รับไว้พิจารณา โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายของชาวบ้านที่ยื่นฟ้องทั้ง 54 คน จึงไม่มีสิทธิฟ้องในประเด็นดังกล่าว
โดย รัชดา คงขุนเทียน





