ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง 3.25%, BRENT ทะลุ $100 กังวลสงครามอิหร่านกระทบอุปทาน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ (9 ก.ย.) ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เปิดฉากปะทะกันรอบใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและทำให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ หรือ 3.25% ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.36% ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. หลังจากอิหร่านได้โจมตีเรือ 10 ลำในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซในวันพุธ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ได้จมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 5 ลำเพื่อตอบโต้อิหร่านที่พยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการยกระดับการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ในขณะที่สงครามได้ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว

การปะทะกันดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ระบุว่า มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 6 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบในวันอังคาร (8 ก.ย.) ลดลงจากจำนวน 9 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 12 ลำ

นักเศรษฐศาสตร์ของ Rystad Energy ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ก่อนที่อิหร่านและสหรัฐฯ จะกลับมาสู้รบกันอีกครั้งในวันที่ 30 ส.ค.นั้น มีน้ำมันขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 8 – 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นสองเท่าของปริมาณการขนส่งในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น แต่ล่าสุด ปริมาณการขนส่งได้ลดลงเหลือต่ำกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของ Goldman Sachs ระบุว่า ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากอิหร่านได้ยกระดับความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านนักวิเคราะห์จาก BOK Financial ให้ความเห็นว่า ปัจจัยพื้นฐานในระยะกลางได้เปลี่ยนไปสู่ปัญหาอุปทานที่ตึงตัวอย่างฉับพลัน การโจมตีโต้ตอบกันไปมาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านดูเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งจะทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามอยู่ห่างไกลออกไปอีก

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ภายในประเทศ

โดย รัตนา พงศ์ทวิช