ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันพุธ (9 ก.ย.) แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับสำคัญที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 640.41 จุด ลดลง 9.19 จุด หรือ -1.41%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,156.67 จุด ลดลง 161.31 จุด หรือ -1.94%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,576.45 จุด ลดลง 431.18 จุด หรือ -1.66%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,670.06 จุด ลดลง 141.60 จุด หรือ -1.31%
ดัชนี STOXX 600 แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวลงอย่างหนัก
ตลาดหุ้นฟินแลนด์สวนทางตลาดส่วนใหญ่ โดยดัชนีหุ้นบลูชิพฟินแลนด์เพิ่มขึ้น 0.8% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน
หุ้น Fortum พุ่งขึ้นนำตลาด โดยทะยานขึ้น 15.8% หลังบริษัทพลังงานของฟินแลนด์ลงนามในข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ Google ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่แห่งนี้ระบุว่าจะลงทุนอย่างน้อย 1.3 หมื่นล้านยูโร (1.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในฟินแลนด์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. หลังอิหร่านและสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในเหตุการณ์โจมตีทางเรือครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักเพิ่มเติม
หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มหลักอื่น ๆ ปรับตัวลงทั้งหมด ส่วนดัชนีความผันผวนยูโร STOXX เพิ่มขึ้น 2.17 จุด แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีมากขึ้น และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น
เขากล่าวว่า ราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด และกำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนดูเหมือนลังเลที่จะเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ธนาคารกลางหลายแห่งจะประกาศมติอัตราดอกเบี้ย พร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งอาจมีผลต่อการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและต้นทุนการกู้ยืม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบหลายปี ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569 และอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.1% ภายในช่วงปลายปี 2570
นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีความเสี่ยงที่ ECB อาจตอบสนองต่อการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มส่งผลต่อการซื้อขายในตลาดเช่นกัน
เซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสมีแผนที่จะลดอัตราภาษีส่วนเพิ่มสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แต่จะไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าวในงบประมาณปี 2570 พร้อมให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพด้านภาษีเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สำหรับหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวโดดเด่นนั้น หุ้น Auto1 Group SE ร่วงลง 6.4% หลังคริสเตียน วัลเลนติน ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือสองออนไลน์จากเยอรมนี
หุ้น Inditex ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Zara ร่วงลง 3.6% หลังผู้ค้าปลีกแฟชั่นฟาสต์แฟชั่นจากสเปนรายงานกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





